Ratchanu 的个人资料Toey's space照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
6月7日 ประกาศย้ายที่ทำการพรรค เอ๊ย blogประกาศย้ายที่ทำการพรรค เอ๊ย blog
อันเนื่องมาจากว่า การโหลด spaces ตะละที มันนานมาก
กินเวลา 3 ปีกว่าได้ ถึงจะโหลดได้สักที ข้าพเจ้าจึงได้ประกาศขอย้ายที่ทำการพรรค ไปไว้ที่นี่
http://molecularkitten.exteen.com ซึ่งยังมิอาจแซ่บได้ ว่าจะอยู่ชั่วคราว หรือตลอดไป เพราะที่นั่นแจกที่ทำกินเพียงแค่คนละ 10 ไร่ (10MB) เท่านั้น แต่มีข้อดี คือ โหลดเร็ว และเปลี่ยน theme ได้ตามใจฉัน จึงขอให้แฟนๆนานุแฟน (ใครวะ?) ของรัชนู ย้ายไปทำการชื่นชม
สมน้ำหน้าได้ที่บ้านใหม่ ดังที่ระบุไว้ข้างต้น แต่ที่นี่ก็อาจจะยังไม่ทิ้ง เพราะว่ายังมีบทความ(ไร้สาระ) เก็บไว้อีกมาก จึงเรียนมาให้แซ่บโดยทั่วกัน ลงชื่อ......รัชนู มีร่า จิอากิ มัสแตง 5月27日 My profileMy profile
ช่วงนี้กำลังติดการ์ตูนอยู่สองสามเรื่อง เวลาอ่านการ์ตูน
สิ่งที่ชอบที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ ตอนที่อ่าน profile ของตัวละครแต่ ละตัวนี่หล่ะค่ะ เพราะจะมีรายละเอียด ข้อมูล ลักษณะนิสัย ใจคอของคาแรคเตอร์นั้นๆ มาให้อ่านกัน นอกจากความเพลินแล้ว ก็ทำให้เข้าใจนิสัยตัวละครมากขึ้นด้วยนะ ว่า อ้อ....อย่างนี้นี่เอง หมอนั่น มันถึงได้ทำแบบนี้ เลยมานั่งคิดบ้างว่า แล้วถ้าเอาตัวเองมา เขียนเป็น profile แบบตัวการ์ตูนนี่บ้าง มันจะเป็นยังไงนะ? Toey's profile
ชื่อ Ratchanu เกิด 2 สิงหาคม ราศี กรกฏ ส่วนสูง 166 นน. หยาบคายน่า... สัดส่วน ถามทามากิ ฮิโรชิดู ;P อาชีพปัจจุบัน ป.โทต๊อกต๋อย สายพลังหลัก M เน้น Megane (หนุ่มแว่น คริๆ) สายพลังรอง Y (Yaoiเฉพาะโด คู่ที่ชอบเท่านั้น) ของที่ชอบ การ์ตูน แมว แล้วก็ ชินอิจิ จิอากิ ของที่เกลียด งู เด็ก งานปาร์ตี้ เรื่องที่ไม่อยากทำ รับโทรศัพท์ เรื่องที่อยากทำ เล่น net กลับเชียงใหม่ คำทักทายที่ใช้ประจำ เฮ้ย..... เพลงเปิดตัว Sweet soul revue ของ Pizzicato five 5月12日 Welcome to my IMBGWelcome to my IMBG
เมื่อสักสองอาทิตย์ที่ผ่านไป ทางสถาบันที่เราเรียนอยู่จัดงาน Homecoming day
เพื่อให้เหล่าศิษย์เก่าตั้งแต่รุ่นดึกดำบรรพ์ยันปัจจุบันได้มาพบปะสังสรรค์กัน และในฐานะศิษย์ปัจจุบันยอดเยี่ยม ที่ไม่ยอมไปร่วมงาน (ก็เค้าไม่ชอบงานปาร์ตี้นี่นา) entry นี้ก็เลยอยากจะพูดถึงสถาบันจั๊กกะหน่อย ตึกสถาบัน
แว๊บแรกที่ได้เห็นตึกสถาบันตอนที่มาสอบเข้า เด็กบ้านนอกอย่างเราก็ได้แต่นึกในใจ "โอ้....แม่เจ้า ตึกช่างสวยไฮโซ เป็นกระจกล้วนซะด้วย ดูแล้วโมเดิร์นจริงๆ" แต่พอ มาเรียนจริง "นี่มันกล่องดักหนูชัดๆเลยนี่หว่า (- -") " อันนี้น่าจะเป็นแรงบันดาลใจ ของสถาปนิกเป็นแน่แท้ เนื่องจากห้อง Lab ที่ซอยย่อยเป็นคอก ทางเดินที่เลี้ยวไป เลี้ยวมา แล้วกลับมาทางเก่าได้ไงไม่รู้ (- -") อย่าทำเป็นเล่นไปเชียว ขนาดคนที่อยู่ ที่นี่เอง มาอยู่ใหม่ๆยังเคยเดินหลงมาแล้ว (เราก็ด้วย) เจอ visitor เดินหลงทางมาขอ ความช่วยเหลือก็บ่อย ล่าสุด น้องๆเด็ก inter ที่มาทำ Lab มีถาม "พี่ๆ พี่แน่ใจนะว่า ตึกนี้มีคนอยู่" ฮ่วย....แล้วเอ็งคุยอยู่กับใครล่ะโว้ย (- -*) ภาษาอังกฤษ
จัดเป็นยาขม เอ๊ย...ไม่ใช่ภาษาราชการของหลักสูตรอินเตอร์ ซึ่งทำให้ผู้สัดทัดแต่ อังกฤษตรางูอย่างเราต้องลำบากใจเป็นอันมาก เพราะต้องฟังเลคเชอร์ เขียนรายงาน เขียนข้อสอบ อภิปรายในชั้น เป็นภาษาบ้านเกิด(เมื่อชาติที่เท่าไรแล้วไม่รู้) อันนี้ทั้งหมด งานนี้ต้องอาศัยวิชาความรู้ที่คุณครูได้กรุณาตบตี สั่งสอนมา ตั้งกะอนุบาลยันป.ตรี บวกกับความใจกล้า หน้าด้าน (ปกติแล้วจะเป็นคนขี้อายมากค่ะ ^^) เป็นสรณะเพื่อ เอาตัวรอด ทำให้จากที่พูดแทบไม่ได้เลย กลายเป็น 'ไม่ได้มรึงก็ต้องพูด' ไปซะงั้น - -" ที่อณูนี้จะมี อ.ฝรั่ง 3 ท่าน มาจาก 3 ชาติ อังกฤษ อเมริกา แล้วก็เยอรมัน อ้อ มีมาเลเซีย อีกหนึ่ง มาเรียนที่นี่แล้ว ประสาทหูอาจได้รับการพัฒนา (แต่ทางดีหรือร้ายว่ากัน อีกเรื่อง) เพราะว่าขณะที่กำลังคุ้นๆกับสำเนียงหนึ่ง อีกชั่วโมงถัดมาหูก็ต้องไปคุ้น กับสำเนียงใหม่อีกแล้ว เล่นเอามึน..... การเรียน
ถ้าไปเปิดหลักสูตรใน net ดูจะเห็นว่าตัวเลือกของที่นี่ อลังการงานสร้างมาก แต่พอมา เรียนจริงๆแล้ว "มรึงเอาตัวหลักให้รอดก่อนเถอะนะ - -" แค่ตัวหลักสองตัวก็ทำน้ำตาตก เลือดออกกันถ้วนหน้าแล้ว เพราะฉะนั้นจงดีใจเสียเถิดที่เอ็งไม่ได้ลงตัวเลือกอลังการ เหล่านั้น เพราะจริงๆแล้วเค้าไม่เปิด... บรรยากาศการเรียนจะเป็นประมาณ เล็คเชอร์ น้อยๆ อ่านเองมากๆ ยิ่งอ่านยิ่งงง เข้าพงไปใหญ่อะไรทำนองนั้น....ปกติจะเรียนให้จบ กันทีละ 2 ตัว อย่าแปลกใจว่าเรียนแค่ 2 ตัว แต่อ่านหนังสือทุกวันยังไม่ทัน หรือบางที แน่ใจว่า กรูอ่านที่เค้าสอนหมดแล้ว มั่นมากประหนึ่งรู้ดีที่สุดในโลก แต่ปรากฏว่าใน ข้อสอบ เป็นเรื่องของนอกโลกก็มี (- -") สภาพแวดล้อม
เนื่องจากศาลายานี้เป็นดินแดนที่ศิวิไลซ์มากกกกกก (เน้น...มากกกกกก) ดังนั้น สภาวะแวดล้อม ก็เลยเต็มไปด้วยความทันสมัย อลังการ ต้นไม้ ดอกไม้ คูน้ำ(เน่า) กอบัว ไม่แพ้ฉากในละครไอ้ขวัญอีเรียมเลยทีเดียว ยิ่งถ้าตอนกลางวันได้เดินฝ่า เปลวแดดตัดทุ่ง เอ๊ย...ข้ามถนนออกไปกินข้าวหน้าสถาบันด้วยแล้วล่ะก้อ อย่าแปลกใจว่าถ้ากลับไปเยี่ยมบ้านแล้วแม่จะสงสัยว่า นี่ชั้นส่งลูกไปเรียนหรือไป ดำนา เพราะว่าผิวแทน(ดำ)อินเทรนด์ฝรั่งกันถ้วนหน้า (โบ๊ะครีม SPF เป็นแสน ก็เอาไม่อยู่) และโดยสภาวะแวดล้อมอันเป็นธรรมชาตินี้ วันดีคืนดีอาจได้สวนสัตว์เปิดเป็นของ แถม อาทิเช่น จระเข้น้อย(ตะกวด)ตัวเขื่องที่เดินอาดๆอยู่กลางสนามสถาบัน หรือตี น้ำกระจายอยู่ในคู (เข้าใจว่าอาจจะมาเยี่ยมเพื่อนสักคนที่อยู่ในตึกนี้ อาจจะเป็นปิยะก็ได้) หรือว่า อนาคอนด้าตัวเล็กๆ(เท่าแขน) ที่เลื้อยข้ามถนนอย่างสบายอารมณ์ หรือ บางทีก็ขึ้นมาถึงใน Lab มาได้ไงไม่รู้ (เพราะ Lab อยู่ชั้น 2 ) รู้แต่ได้รับเสียงกรี๊ดดดด สนั่นดังมาก จากผู้ที่เห็นการโชว์ตัวในครั้งนั้น เลยต้องเชิญเธอออกไปที่อื่น ก่อนผู้ชม จะหัวใจวายตาย (น่าจะหลุดมาจากหัวใครสักคนในสถาบันนี่แหล่ะ) Thesis project
โดยที่เรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ ดังนั้น Thesis project ทั้งหลาย เลยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง (เฉพาะคำพูด ทำจริงอีกเรื่อง) งานวิจัยของที่นี่ก็จะมีตั้งแต่สัตว์เศรษฐกิจ (กุ้ง,ควายไทย) พืชเศรษฐกิจ (มันสำปะหลัง) การแพทย์ (ธาลัสซีเมีย,ไข้เลือดออก,ภาวะโรคไต,ภูมิแพ้,Bt toxin) หรือ Basic science อย่างพวก cell signalling ก็มี ไม่นานมานี้มีรุ่นน้องที่มาสอบเข้าใหม่เข้ามาถามว่า จะเลือก Lab อย่างไร คำตอบที่ได้ก็น่าจะอยู่ตามกลุ่มพวกนี้แหล่ะ คิดว่าเข้าพวกไหนได้ ก็ลองเลือกไปเลย - กลุ่มกุ้ง อันนี้เป็นกลุ่มใหญ่น่าดู ประกอบไปด้วย Lab ย่อยๆหลาย Lab อาจารย์ ก็หลายท่าน กินพื้นที่ตั้งแต่ wing B และเกือบทั้งหมดของ C ส่วนใหญ่ก็จะใช้เทคนิค RNAi เป็นหลัก มีโปรตีนบ้าง ส่วนใหญ่คนที่เลือก Lab นี้ก็จะเป็นหนุ่มห้าว สาวลุย เพราะอาจต้องใช้แรงงาน (เลี้ยงกุ้งเป็นถังๆ เอาใจประหนึ่งลูก) ออกนอกสถานที่ (ไปเอากุ้งที่บ่อ) ข้อดีของกลุ่มนี้คือ ส่วนใหญ่อาจารย์ดูแลเอง ดูแลดี ได้เทคนิค ถูกต้อง และได้กุ้งเป็นอาหาร แหะๆ ข้อเสียคือ อาจต้องซาดิสม์เล็กๆ (เหมาะกับคน ชอบ SM) เพราะต้องจับกุ้งกด เอ๊ย (ตายแระเผลอเอาศัพท์ Y มาใช้) จับมาฉีด RNA เข้าไป ร้ายสุด ก็นี่เลย สับหัวกุ้งทั้งเป็น จับตัวออกจากถังวางบนเขียง แล้วฟัน โช๊ะ! เข้าให้ ให้หัวหลุดจากตัว หางยังดิ้นกะแด่วๆ เพราะต้องการเนื้อเยื่อที่สดที่สุด เคย ไปเห็นมาทีหนึ่ง แบบว่าสงสารมาก น้ำตาเกือบไหล (แต่ในใจ - - -> ข้าวเย็นวันนี้ ต้มยำมาม่าใส่กุ้งแน่ๆ ต้มน้ำรอได้เลย LoL) - กลุ่ม Genomic อันนี้ Lab เดียว แต่กินพื้นที่เป็นหลายห้อง เป็น Lab ชั้นสูง (เพราะ
อยู่ชั้น 3) เป็นดั่งเมืองลับแล (เพราะมีแต่หญิงล้วน ที่เหลือกระเทย - -") ถึงจะเป็นหญิง แต่ที่ที่นี่ต้องการคือ "ความถึก" เพราะต้องสามารถยกกระจกขนาดเขื่องขึ้นๆลงๆได้ หลายรอบ ประดุจยกเวท เพื่อย้อมเจล อยู่ไปนานๆรับรอง กล้ามขึ้น แขนเฟริ์ม กันถ้วน หน้าทุกคน (เพราะยังงี้สินะ ถึงไม่ค่อยมีผู้ชาย) ขั้นตอนยุ่งๆอีกขั้นนอกจาก ทำ PCR sequencing run gel ควายกันเป็นประจำแล้ว ก็คงเป็นขั้น analyze ผล ที่ต้องการหูตา สับปะรดในการแยกแยะ band ใน gel สักหน่อย จึงเหมาะกับผู้ที่มีหูดีตาดี ชอบยุ่ง เรื่องชาวบ้านเป็นประจำ (หุๆ) - กลุ่ม BDG นี่ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มใหญ่ เพราะหลังจากผ่านเรอเนสซองส์ของงานด้าน
DNA มาแล้ว ปัจจุบันจึงเป็นยุครุ่งเรืองของโปรตีน งานใครลงไประดับโปรตีนจะดู หะรูหะรา ไฮโซ ไฮซ้อ ขึ้นมาทีเดียว (เหมาเอาเอง) เทคนิคกลุ่มนี้ก็งานโปรตีนล้วนๆ สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติ คือ ถึก.....สำหรับกลุ่มนี้ ถึกอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องทรงพลังดั่งเมียอาคิลิสด้วย (ว้ายๆๆๆๆ ได้เป็นแฟนพี่แบรด ใน Troy) เพราะต้องยก rotor เครื่องปั่น ขนาดใหญ่ กว่าบาตรพระ ทำด้วยเหล็กล้วน เข้าๆออกๆ เครื่องปั่นได้ ยกเครื่อง French press ที่ทำด้วยเหล็กล้วนเช่นกันไปวางบนแท่นได้ ยก Flask ขนาด 2 L หลายๆอัน ได้ทีเดียว เอร่อ....นี่ตกลงว่ามาทำ thesis หรือว่ามาเป็นกรรมกรกันนี่ (- -") ทน.....กรณีที่โปรตีน sensitive มาก เตรียมใจไว้ได้เลยว่าต้องได้เข้าไปบำเพ็ญ ทุรกิริยาในห้องเย็นแน่ๆ เพราะต้องเข้าไป purify ในนั้น ในขณะที่อุณหภูมินอกตึก เป็น 35 องศา แต่คนกลุ่มนี้ อาจต้องทนหนาวเหน็บอยู่ในอุณหภูมิ 4 องศา เป็นปลา ในห้องเย็น อนุญาติให้ออกมาพะงาบๆ เอาอากาศเข้าปอดได้ไม่เกิน 1 นาที จนกว่า จะเสร็จ มีชีวิตที่อนาถยิ่งกว่าเด็กบนยอดดอยอีกนะเนี่ย.... งาม.....อันนี้ก็ไม่ทราบว่าตอนที่จะรับเข้ากลุ่มนี้เนี่ย เค้ามีโมเดลลิ่งมาคัดตัว ด้วยหรือเปล่า เพราะแต่ละนางของกลุ่มนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นสาวงาม มั่น แรง ไฮโซ ไฮซ้อ ถ้าเป็นชาย (แน่ใจเหรอ?) ก็จะต้องเมทโทรมาแต่ไกล เห็นได้ในรัศมี 2 กิโลเป็นอย่างน้อย แต่นับตั้งแต่ปีการศึกษาที่รัชนูได้เข้าเรียน มาตรฐานหน้าตาของ กลุ่มนี้ก็ถูกพังทลายลงอย่างเห็นได้ชัด เปลี่ยนจาก ฮาเร็ม เป็นตลาดค้าทาส ไปได้ในพริบตา (ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง) - กลุ่ม Plant งานด้านพืชตอนนี้อาจจะลดลงมาหน่อย เนื่องจากกระแสต้าน GMO
แถมตอนนี้ยังขาดอาจารย์ด้านนี้อีกที่สถาบัน แต่ที่นี่ก็ยังเหลือ Lab อยู่ ส่วนใหญ่ แล็ปนี้เป็นชายล้วนเลย ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ใครชอบงานด้านพืช ที่เทคนิคค่อน ข้างยุ่งยากกว่า ใช้เวลานานมากกว่าชาวบ้านสักหน่อย ก็ต้องลองดู - กลุ่มที่เหลือ ก็เป็นทางการแพทย์มั่ง และ Bacteria มั่ง สภาพรวมๆ บอกได้เลยว่า เหมาะกับผู้ที่ว่านอน สอนง่าย เป็นเด็กดี อยู่ในอาณัติ เพราะอาจารย์ออกแนวดูแล มากๆ คนเถียงเก่งอาจไม่เหมาะ (โดยเฉพาะ ถ้ารู้ว่าตัวไม่เก่งจริง) ถ้าให้เหมาะจริง ก็ต้องเก่งไปเลย แบบเป็นงานมาแล้วทุกอย่าง หรือมีเหตุมีผลมากกพอ จึงจะอยู่ Lab กลุ่มนี้ได้ราบรื่น พูดถึงกลุ่มไปแล้ว พูดถึงการทำงานบ้างนิดหน่อยก่อนจบ ส่วนใหญ่แล้วเด็กๆจะ
ถนัดทำงานตามสั่ง แต่การเรียนระดับ ป.โท ซึ่งมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนั้นมักจะต้อง คิดเอง แพลนงานต่างๆ เอง หลังจากได้รับหัวข้อมาแล้ว บางแล็ปที่นี่อาจารย์จะดูแล ใกล้ชิด สอนเทคนิคต่างๆด้วยตัวเอง แต่บาง Lab ก็พี่ๆสอนมั่ง ผู้ช่วยวิจัยมั่ง หรือบาง Lab ต้องทำเองทั้งหมดเลย โดยเฉพาะ Lab ที่มีอ.ฝรั่ง การคุยจะเป็น discuss ผลเท่านั้น เพราะอาจารย์มักจะถือว่าตัวเองเป็น specialist ที่มาช่วยตรวจ ช่วย analyze ผลให้ จะไม่สอนแบบลงมือทำให้ดู แต่ข้อดีคือ ทำให้นศ.เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น (เครียด หน้าแก่?) แพลนงานต่างๆได้เอง คิดได้เอง ฝึกงานไม่ใช่แค่ Lab แต่ทำตั้งกะ สากกะเบือยันเรือรบ (สั่งของ ซื้อของ เช็คราคา คุยกับเซล ตรวจราคา ล้างของ จัด Lab รวมทั้ง แปลเอกสารเป็นไทยให้อาจารย์ - -") แต่อย่างไรที่นี่ก็ถือว่าเป็นที่ที่ให้โอกาส ได้เรียน ได้ทำงาน ได้ซุกหัวนอน(บางครั้ง)ได้ตังค์ใช้ ได้เสียตังค์ และได้ความรู้ ได้ฝึกภาษา จะได้เอาไปทำมาหากินในอนาคต เพราะฉะนั้นอีกประมาณ 3-4 ปีถัดไป ก็ยังต้องขอฝาก
เนื้อฝากตัวด้วยเหมียนเดิมนะเจ้าคะ IMBG
4月29日 My sexy girlsMy sexy girls
หน้าร้อนแล้ว เห็นสาวๆต่างพากันเฮโลมาถ่ายแบบ sexy ให้นิตยสาร
กันจ้าละหวั่น และเนื่องจากว่าช่วงนี้เรากำลังล้างรูปในเครื่องอยู่ ก็เลย เจอ collection รูปสาวๆที่เก็บไว้ เลยเอามาอวดให้ดูสักกะหน่อยว่าไอ้ ที่ว่า sexy ของรัชนูนั้น มันเป็นแบบไหนกัน ![]() หนูพลอย จัดเป็นสุดยอดหุ่นสวยในฝันของเจ๊เลย เพราะว่าจะชอบผู้หญิงที่มีอก ปกติไม่เคยนึกชอบสาวหมวยเลย เพราะว่าส่วนใหญ่มักหน้าตาจืดชืด
ส่วนคนนี้ใครก็ไม่รู้อ่ะค่ะ รู้แต่ชอบหุ่นกับท่าเธอเลยเซฟมา รู้สึกว่าจะเป็นงาน
เอาใจสมาคมโลลิกันบ้าง ด้วยภาพชวนติดตาราง สวยใสแบบเด็กๆ ภาพแรกลูกสาว
ถึงจะเป็นป้าแล้ว แต่ลูกเกดคนนี้ก็ยังมีดีนะจะบอกให้ ที่ผ่านๆมาเคยเห็นลูกเกด
อันนี้เป็น sexy แบบไฮโซ หนูอั้มมาในมาดคุณสาวไฮโซสุดเซ็ก...เซ็ตนี้บอกตรงๆ
แน่นอน ปิดท้ายด้วยสาวสวยในฝันอันดับหนึ่งของเจ้ น้องยูนะ อิโต้ 4月19日 up ข่าวตนเองup ข่าวตนเอง
คิดว่าปีใหม่ไทยทั้งทีแล้ว เค้าก็ควรจะมาอัพเดตความคืบหน้าของตัวเองบ้าง
ว่าตอนนี้ชีวิตเป็นยังไง เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ blog ตัวเอง (ตรงไหนฟะ?) ความเป็นอยู่
ตอนนี้เรามีรูมเมท 3 คน อยู่สถาบันเดียวกัน 2 อีกหนึ่งคนเป็นน้องป.ตรี ซึ่งบางทีขี่รถสวนกัน จนน้องเรียกถึงจะจำได้ว่า นี่มันรูมเมทกรูนี่หว่า (- -") อาหารการกิน
เบื่อกับข้าวอย่างแรง หน้าร้อนน่ะ ทานอะไรไม่ค่อยลง มันอยากโอ้กกกก อยากกินแต่อะไรที่มันอมเปรี้ยวอมหวาน.....(หรือจามีน้อง......>///<) ฟามรัก
ยังหวานชื่นกับท่านจิ๊(แฟน) ท่านรอย(ชู้รัก) และทามะ(ของหวาน)ทุกเวลา 2D จงเจริญ...เย้ การเรียน
ใกล้ progress แล้ว แต่งานไม่ค่อยคืบเลย ฮือๆๆๆๆๆๆ ทำไงดี กายภาพ
ตอนนี้บวมแป้งมาก(คล้ายบวมเหล้า) เป็นหวัดบ่อยเพราะนอนน้อยไป โดน E.coli lysate กระเด็นเข้าตาไป 2 ที ต้องแจ้นไปให้หมอล้างตาข้าง ละเป็นลิตร มีแพลนจะเข้าฟิตเนตเร็วๆนี้ เพราะพุงยื่นเหลือเกิน และ ตอนนี้ตัดผมสั้นติดหัวจุ๊ดจู๋เลยจ้า (โดนทักว่านึกว่าเป็นเด็กผู้ชายมาแล้วเมื่อเร็วๆนี้) อนาคตอันใกล้
จบให้ได้ภายในอีกเทอม และกำลังคิดเรื่องชีวิตในกาลภายหน้าอย่าง ขะมักเขม้น 4月8日 NANA2 : The original soundtracksNANA2 : The original soundtracks
วันนี้ก็ได้ฤกษ์มา up เพลงของ NANA2 ตามสัญญา หลังจากที่หายไป
หลายวัน อย่างที่รู้กันว่าหนังหรือว่าการ์ตูนเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับดนตรี ดังนั้น เพลงประกอบก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตัวหนัง ซึ่งส่วน หนึ่งที่ทำให้หนังภาค 1 ประสบความสำเร็จก็คือเพลงประกอบนี่แหล่ะ มาดูดีกว่าว่าภาค 2 นี่จะเป็นอย่างไรบ้าง Blackstones (NANA starring Mika Nakashima)
Hitoiro 2006 The End 2006 Glamorous sky [อยากได้จิ้มที่ชื่อเพลง download ได้เลย] หลังจากที่ได้ป๋า Hyde แห่ง L'arc~en~ciel มาตีโจทย์เพลงภาคแรกซะแตก อีก single ที่ส่งมาคือ Eye for the moon ซึ่งเป็นเพลงที่วง Blackstones เล่นในไลฟ์จน สำหรับอัลบั้มเพลงประกอบ NANA2 โดย NANA starring Mika Nakashima นี้ ปล่อย entry นี้จะ up ให้แค่ 5 tracks ตามข้างบนนะคะ เป็นเพลงทั้งของภาคแรกและภาค 2 คัดมา Blackstones จากลายเส้นของ ไอ ยาซาว่า
คอนเสิร์ต Blackstones จากภาคแรก Blackstones สมัยที่เรนยังอยู่ในวง ไลฟ์คอนเสริ์ตที่ทำให้เตะตาแมวมอง คอนเสิร์ตเปิดตัววงที่ชินจูกุ Trapnest (Reira starring Yuna Ito) Endless story 2005 Truth 2006 Endless story [อยากได้จิ้มที่ชื่อเพลง download ได้เลย] อีกหนึ่งวงที่ขาดมิได้เลยเชียวสำหรับหนังเรื่องนี้ก็คือ Trapnest ซึ่งถือเป็นวงคู่แข่ง ใน entry นี้ สำหรับ Trapnest แล้วจะ up ให้ทั้งหมดทั้งภาคแรกและภาค 2 เพราะ Trapnest จากลายเส้นของ ไอ ยาซาว่า Trapnest ภาคแรก เปิดตัว Yuna Ito ในบท เซริซาวะ เรร่า จากภาค 1 งามสุดๆ <3 <3 <3 ยูนะ ในบท เรร่า จาก PV Truth ในภาค 2 ยังคงสวยแบบไม่เกรงใจใครเช่นเคย (ผมหยิกงามได้ใจมั่กๆ) เจ้าหญิงเรร่า กับฉาก PV สุดอลังในสก๊อตแลนด์ รวมสมาชิกวงภาค 2 โปสเตอร์ภาค 2 ค่า 3月31日 My new wall >///<My new wall >///<
วันนี้เข้ามาเฉยๆ ว่าจะมา up เพลง NANA2 ให้แต่ยังไม่มีเวลาเลย
เพราะว่าต้องเขียนรายงาน progress แต่ว่าทำไปๆ ชักง่วงอ่ะ เวลาต้อง align sequences ทีไรมันจะต้องเป็นยังงี้ทุกที - -" AGCT...AGCT...AGCT.....แล้วก็ คร่อก.....ไปเลย กาแฟก็เอาไม่อยู่ แต่ว่า wallpaper อันใหม่นี่ มันก็ช่วยได้เยอะเหมือนกันนะ
![]() เครดิตรูปทามะ : Poko-Himawari
หล่อสุดๆ <3 <3 <3
จ้องนานๆชักจะเขินนนนแล้วนะเนี่ย >///< 3月28日 NANA2 : The movieNANA2 : The movie
วันเสาร์ที่ผ่านมาไปดู NANA2มา หลังจากรอมานาน พอหนังเข้า เลยต้องรีบหาเวลาว่างแจ้น ไปดู และก็เหมือนทุกครั้งที่อยากดูหนังญี่ปุ่น ต้องทำสิ่งที่ฝืนใจอีกแล้ว คือการเข้าเมือง ไปสยามนี่แหล่ะ เพราะไอ้ครั้นจะดูแถวนี้ ก็คงมีแต่แบบพากย์ เมื่อไม่อยากฟังเสียง พากย์ให้ระคายหู ก็เลยจำใจต้องถ่อไปที่สยามแทบทุกครั้ง ทั้งที่เป็นคนเกลียดการไปสยาม มาก-มากที่สุด (ฮึ่มมมม) หลังจากนั่งดูไปจนจบแล้ว ก็พบว่าภาคนี้ทำเอาดิฉัน น้ำตาเช็ดหัวเข่าเป็นที่สุด
น้องเรร่าของเค้าออกน้อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ทามมายยยยยยยยยยยยย ทามมายยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ทามมายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ฮือๆๆๆๆ ชีช้ำกะหล่ำปลีเป็นที่สุด ทำกันได้ คนเค้าอุตส่าห์หวังว่าภาคนี้จะได้ดูหน้า
งามๆ เสียงเพราะๆของน้องยูนะ ให้ฉ่ำใจซักกะหน่อย ดันมาดับฝันเค้าซะอนาถเลย น้องแกโผล่มาให้เห็นอยู่ 3 ฉาก กับบทพูด 3 ประโยค เป็น MV ไปซะหนึ่ง นอกนั้น มาหรอมแหรม หรอมแหรม จนใจหาย ทั้งๆที่อุตส่าห์ดีใจตอนเห็น PV Truth เมื่อปลายปีที่แล้ว เรร่างามมั่กๆ สวยจนหลงเลย
เพลงก็เพราะโคตร ถ่ายมาซะงามอลัง จนเราแอบคิดว่าภาคนี้อีหนูแกต้องแอบออก มากขึ้นอีกติ๊ดจากภาคที่แล้ว แล้วไหงทำกันแบบนี้หา !!!!! คุณโอทานิ (ผู้กำกับ)
เออ...เอาเหอะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว กลับมาที่ตัวหนังบ้างแล้วกัน ภาคนี้ก็จะเป็นตอนต่อ
จากภาคที่แล้ว ตัวหนังจะมุ่งไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างนานะ กับ ฮาจิ แล้วก็ตัวเรื่องราวความรัก
ของฮาจิเอง มากกว่าเรื่องดนตรีและการทำตามฝันเหมือนภาคแรก เท่าที่ดู ตัวหนังไม่ได้เลวร้ายอะไร เต็ม 10 ก็ให้ 7-8 เพียงแต่ว่าความน่าประทับใจ ไม่เท่าภาคแรก อันนี้ก็ไม่ทราบว่าเกิดจากบทมันเองหรือเปล่า ที่ต้องเน้นให้เห็นความหม่นขนาดนี้
หรือไม่ก็อาจจะที่ตัวนักแสดงเองด้วย อย่างที่ทราบกันว่าภาคนี้เปลี่ยนตัวนักแสดงหลักๆ 3 คนก็คือ เรน ชิน แล้วก็ ฮาจิ
ยูอิ ที่มารับบทแทน อาโออิจากภาคแรก นั้น บอกตรงๆว่า เธอยังไม่ใช่สำหรับการ เป็นฮาจิ สำหรับบทที่เป็นดราม่าเธอก็ทำได้ไม่เลวร้ายอะไร แต่บทที่ต้องแสดง ให้เห็นถึงความจริงใจ น่ารัก สดใส ตามแบบฮาจิ นั้นสลดมาก เพราะดูยังไง ยูอิก็ทำไม่ได้ และไม่ใช่ เมื่อไปเทียบกับอาโออิ ที่น่ารักกว่า (แล้วก็ดังกว่าด้วย) ฮาจิภาคนี้เลยแป๊กสนิท
แต่ถ้าให้พูดตรงๆสำหรับเราแล้ว ทั้ง 2 คนก็ยังไม่ใช่ฮาจิ ฮาจิสำหรับเราแล้ว ไม่ใช่ผู้หญิงใสซื่อ น่ารัก และไร้เดียงสามากมายอะไร (Esp.เรื่องผู้ชายอ่ะนะ) แต่สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของฮาจิ ก็คือ ความจริงใจ น้ำใจ แล้วก็ความเอาใจใส่ที่มี ต่อคนรอบข้าง (ซึ่งถือเป็นของหายากในสังคมปัจจุบัน) ทำให้ผู้หญิงธรรมดาๆ อย่างฮาจิดูน่ารัก แล้วนอกจากนั้นฮาจิก็ยังต้องให้ความรู้สึกที่ดูแด๊ะๆ หน่อย แบบผู้หญิงช่างฝัน ช่างจ้อ ขี้เม้าท์ อยากรู้อยากเห็น อะไรทำนองนั้น ดังนั้นอาโออิ (ฮาจิภาคแรก) สำหรับเราแล้ว เธอก็เลยดูน่ารัก เป็นเด็กอ่อนต่อโลก
ไป ส่วนยูอิ นี่หน้าตาก็ดูหม่น กร้านโลกมากไป ช่างไม่มีความพอดีเอาซะเลยน้อ....
มาที่มิกะบ้าง ภาคนี้เธอก็ยังคงเป็นนานะที่ perfect เหมือนเดิม จริงๆนะเออ...
ยังกะมิกะนี่เกิดมาเพื่อเล่นเป็น โอซากิ นานะ จริงๆ หน้า หุ่น ความสามารถเรื่อง การร้องเพลง+การแสดง ใช่หมดเลย ปกติเราไม่ชอบผู้หญิงแต่งหน้าจัดเลย แต่ขอยกเว้นแม่นานะพังค์นี่ไว้สักคนเต๊อะ เพราะถ้านานะ ไม่ปากแดงสด ทาตาดำจัด ขนตาเด้ง ก็ไม่ใช่นานะน่ะเซ่ มิกะแต่งหน้าแบบนี้ขึ้นจริงๆ ดูซะเพลิน (ถ้าเป็นคนอื่นจากสวยๆ อาจเป็นสยองได้ หายากมาก ผู้หญิงแต่งหน้าจัดสุดๆ แล้วดูดีเนี่ย) ส่วนฟากฝ่ายชาย ทั้งทาคุมิ โนบุ ยาสุ นี่ได้ใจหมดเลย 3 คนนี้เล่นได้ดีมาก
โดยเฉพาะโนบุ โนริมิยะ เล่นดีขึ้นกว่าภาคแรกมาก อาจจะเป็นเพราะบทส่งด้วยก็ได้ ฉากที่เราชอบเลยเป็นฉากที่มีโนบุอยู่ทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ฮาจิไปหาโนบุที่ ร้านแผ่นเสียง(อันนี้โนบุตลกมาก) ฉากสารภาพรักฮาจิ ฉากกับทาคุมิ และที่สุดๆ คงเป็นฉากกับนานะ เล่นเอาเราน้ำตาซึมเลย ซึ้งไปกับความเป็นเพื่อนที่แชร์ความ รู้สึกกันของทั้งสองคนนี้น่ะ ทาคุมิ ไม่พูดถึงคงไม่ได้ใช่ไหมคนนี้ เพราะภาคนี้มีบทเยอะเหลือเกิ๊น ทามาเท็ตสึ
เหมาะกับบททาคุมิมาก คือ หล่อ เลว ดูอันตราย แต่ก็มีเสน่ห์แปลกๆ แบบที่ยากจะ ปฏิเสธ (เอิ๊กกก ว่าแล้วก็พอเข้าใจฮาจิละ อิๆ) ทำเอาเจ้แอบปาดน้ำลายไปก็หลาย ช็อต ฉากที่นั่งอยู่บนรถกับฮาจิ เนี่ย ทำเอาเราเขินเลยนะ (เอ็งไม่ใช่ฮาจินะเฮ้ย) ทามาเท็ตสึสื่อตัวตนทาคุมิได้ดี โดยเฉพาะแววตานิ่งๆ มั่นๆ แบบคนที่มั่นใจใน ความคิดของตัวเองนี่แหล่ะ ทาคุมิสุดๆเลย หน้าตาเค้าก็เหมือนด้วย เลยดูเฮีย แกเพลินไปซะ (นอกใจทามะเซมไปอีกแล้ว เค้าขอโต๊ดน้า เดี๋ยวคืนนี้อยู่ด้วยเป็นการไถ่โทษ) ส่วนแป๊กสุดๆฝ่ายชาย ไม่ใช่ใครเลย พระเอกจากภาคที่แล้ว คือ เรนนี่แหล่ะ
มาภาคนี้บทก็น้อย ดูห่างๆเหินๆ ยังกะไม่ใช่แฟนนานะ แถมเคียว โนบุโอะ ที่รับบทเป็นเรน คนใหม่ ก็ยังไม่ใช่ พูดตรงๆนะว่าเค้าไม่มีสง่าราศีความเป็น นักดนตรี หรือว่า superstar เลย ฮนโจ เรนนั้น ในการ์ตูนถือเป็นจุดขายของวง คู่กับเรร่าเลยก็ว่าได้ มีแฟนคลั่งไคล้มากกว่าทาคุมิซะอีก เพราะเรนดูเป็นคน ลึกลับ หน้าตาดี แถมฝีมือกีตาร์ก็ระดับเทพอีกต่างหาก แต่คุณเคียว นี่พี่แก เล่นกีต้าร์แล้วดู fake มากๆเลยอ่ะ ทามาเท็ตสึที่เล่นเบส ยังจับเบสแล้วดูเนียน คล่องกว่ามาก ยิ่งนั่งดูเรนนะ ก็ชักเกิดคามคิดแว้บๆมาว่า ถ้าทามะเซมไปของเรามาเล่นแทนล่ะ
จะเป็นไง ทามะน่าจะรับบทเป็นเรนได้ดี เพราะเรนจะมีทั้งความอ่อนไหว และความ ลึกลับอยู่ในตัว คิดว่าทามะน่าจะสื่อออกมาได้ดีแน่ๆ คาแรคเตอร์ก็ได้ เรื่องกีต้าร์ ยิ่งไม่น่าจะมีปัญญหาใหญ่ อย่างน้อยทามะก็คุ้นกับมันมากพอ จากงานเพลง แล้วก็คอนเสิร์ตของตัวเอง ยิ่งดูจากที่ทามะเล่น Rockers มาแล้ว ยิ่งอยากให้มา เป็นเรนคู่กับมิกะจังเลย (โอ้ววววว ทามะ VS มิกะ แค่จิ้นก็บรรเจิดแล้ว เอาเลิฟซีน เยอะๆเลยน้า) ส่วนหนูชิน ก็เปลี่ยนจากพ่อ L จากภาคแล้วเป็น ฮนโก คานาตะ พระเอกจาก
Prince of tennis พ่อหนูแกก็น่ารักดี แต่ก็ไม่ใช่ชินอยู่ดี เพราดูเด็กมากไป ชินควรจะน่ารักแพรวพราวกว่านี้ ไม่งั้นสาวเล็กสาวใหญ่ในเรื่อง ไม่แห่กันมา เป็นลูกค้าพ่อหนูแกหรอก แต่ถ้าเป็นชินคนนี้ล่ะก้อ แทนที่จะหลอกป้า กลับโดน ป้าหลอกเอาแน่ๆ เด็กเกิ๊น ใช้การมะได้.....(แล้วจะใช้ทำอะไร?) รวมนักแสดงนำภาค 2
นานะ กับเจ้าฮาจิ (อาโออิ) จากภาคแรก นานะ กับเจ้าฮาจิ (ยูอิ) ในภาค 2 ยูอิ ในบทนานะ(ฮาจิ) ฉากเทศกาลทานาบาตะ ณ ห้อง707 ชินจังคนใหม่ กับโนบุคนเดิม นานะกับแก้วลายสตอเบอรี่ ของรักของฮาจิ ทามาเท็ตสึในบท ทาคุมิ (ผู้ชายใจร้ายยยยยยย >///<) Trapnest กับการถ่าย promotion poster ในหนังยูนะใส่ชุดนี้เป็นเรร่า ถ่าย VTR ของวงในงานเลี้ยง น่ารักมั่กๆ ฉากงานเลี้ยง Trapnest ที่ชินสาดน้ำใส่ทาคุมิ อีกหนึ่งฉากที่ได้เห็นเรร่า (น่าร๊ากกกกก อีกแย้ว >_<) เบื้องหลังฉากที่เรร่าแซวทาคุมิเรื่องสเตลล่า กิ๊กสาวผมทองของทาคุมิ ส่วนในหนังก็จะเป็นแบบนี้ เรร่ากำลังเขียนชื่อสเตลล่าบนกระจก (เรร่าผมสวยจัง น่าจะหันหน้ามาหน่อยน้า) โฮๆๆๆๆๆๆๆ เจ็บใจง่า เค้าได้เห็นน้องเรร่าออกแค่นี้เองจริงๆ ที่เหลือก็เป็น MV ซะ ไหนๆก็เจ็บใจแล้ว entry นี้เลยใส่เพลงใน blog เป็นเพลง Truth ที่เรร่าร้องซะเลย entry หน้า จะ up เพลงของหนัง NANA2 ให้ ทั้งของมิกะแล้วก็ยูนะเลย เป็นของกำนัลให้ 3月16日 Roy Mustang 2D ขวัญใจ คนใหม่ล่าสุดในสังกัดRoy Mustang 2D ขวัญใจ คนใหม่ล่าสุดในสังกัด
ความจริงดิฉันมีเรื่องคั่งค้าง อยาก review อยู่หลายเรื่องมากไม่ว่าจะเป็น
Nodame ภาคดราม่า (หน้าที่แม่ยกที่ดี), เรื่องของทามะจัง (หน้าที่ศรีภรรเมียที่ดี) แล้วยังกรุหนุ่มๆในสังกัดทั้ง 2D และ 3D อีก เฮ้ออออออ....... แต่เนื่องจากภารกิจช่วงนี้รัดตัวอ้วนๆของดิฉันมาก ก็เลยมะค่อยมีเวลา review อะไรยาวๆเลย ทั้งที่เขียนค้างไว้ใน notepad ก็เยอะ รอจัดการรูปอยู่ก็ยังไม่เสร็จ เลยไม่ได้เอาลงสักกะที แต่ว่าตอนนี้น่ะสิเคอะ อะฮั้นมี 2D คนใหม่มาให้โฮกกกกกกกกกกกกกกกกันอีกแล้ว
สืบเนื่องมาจากได้ยินกิตติศัพท์ร่ำลือมานาน เกี่ยวกับ FMA (ไม่ใช่ FHM นะเฟ้ยยย)
หรือว่า Fullmetal Alchemist แขนกลคนแปรธาตุนั่นเอง ตอนอนิเมออกก็ลองไปหยิบๆดมๆอยู่ติ๊ดนึง แล้วก็วาง อีทีนี้ช่วงนี้ไม่มีการ์ตูนอ่าน แล้วเห็นว่า poko ซังแกพูดถึงท่านรอยบ่อยๆ
เลยขอยืมคุณพีมาอ่าน ปรากฏว่า
ว้ายยยยยยยยยยยยยย วี้ดดดดดดดดดดดดดดด กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด หนุกอ่ะค่ะ การ์ตูนหนุกมั่กๆ จะเป็นเรื่องราวของเอ็ด กับ อัล สองพี่น้องที่อาศัย
อยู่กับแม่ ทีนี้แม่เกิดตายไป ไอ้เจ้าสองตัวนี้ก็อยากจะใช้วิชาแปรธาตุสร้างแม่ขึ้นมาใหม่ แต่ปรากฏว่าพลาด เอ็ดต้องเสียแขนไปหนึ่งข้าง
อัลต้องสูญเสียร่างกายทั้งหมดไป เอ็ดจึงเอาขาอีกข้างเข้าแลก หลอมวิญญาณของอัลน้องชายประจุเอาไว้ในชุดเกราะ อัลเลยไม่มีตัวตน มีแต่วิญญาณอาศัยอยู่ในชุดเกราะเท่านั้น สองพี่น้องจึงสมัครเข้ากองทัพ เพื่อจะได้อาศัยสิทธิของนักแปรธาตุ
ของทางการทำการค้นคว้าวิจัยให้ตัวเองกลับสู่สภาพร่างกายปกติได้ ไอ้ที่ปิ๊งๆเนี่ย ไม่ใช่พ่อหนูเอ็ด กับหนูอัลหล่ะค่ะ
แต่เป็นคนนี้สิเคอะ คนนี้......................... พันเอกรอย มัสแตง ฉายานักแปรธาตุอัคคี นักแปรธาตุมือหนึ่งของกองทัพ อุกรี๊ดดดดด ป๋ารอยทั้งเท่ห์ ทั้งหล่อ ได้ใจเลยอ่ะ แม้ว่าจะขี้เก๊ก
หน้าม้อมากมายก็ตาม แต่เวลาป๋าดุ ป๋าโหด ป๋าอ่อนไหว นี่..... แทบละลาย บทจะติ๊งต๊องก็ขำกลิ้ง รั่วซะไม่มี สมกับที่มี fangirls เป็นแสนจริงๆเลยนะเคอะป๋าขา
ตอนนี้ป๋าเลยกลายเป็น 2D ในสังกัดไปแล้วอีกหนึ่งค่ะ
อ้อเพลงใน blog นี่เอามาจากเพลงประกอบภาคอนิเมชั่นนะคะ
ที่เลือกมาเป็นเพลงของท่านรอยค่ะ คนที่พากษ์เสียงท่านรอย เป็นคนร้องเอง ชื่อว่าเพลง Tsuki-no-uragawa หรือ เบื้องหลังของพระจันทร์ค่ะ เป็นเพลงที่ให้อิมเมจท่านรอยดีมากๆ นี่เป็นความรู้สึกลึกๆของรอย มัสแตงค่ะ ว่าการที่เขาตัดสินใจจะขึ้นเป็นใหญ่เป็นโตนั้น ต้องทำสิ่งที่ฝืนความรู้สึกมากมาย อย่างเช่น การเข่นฆ่าผู้คนที่สงครามอิชวาลเป็นต้น รอเป็นสตรีหมายเลข 1 อยู่นะค้าา ป๋าขา....
หมายเหตุ : เพื่อป้องกันความสับสน ขอสรุปสั้นๆดังนี้
ท่านจิอากิ = แฟนตัวจริง ท่านรอย = ชู้รัก ทามะจัง = ของขบเคี้ยว (เพราะยั่วน้ำลายเหลือเกิ๊นนน เอื๊อกกกกกก) ![]() เก๊าะคนมันหล่อ (อ๊างงงงงงงงงงงงงงงงงง)
ยิ้มกระชากใจในตอนล่าสุด (เขิลลลลลลลลล >///<) 3月5日 I'm Here PV- The new single from Yuna ItoI'm Here PV- The new single from Yuna Ito
น้อง Yuna สุดสวยของเจ้ ได้ฤกษ์ปล่อย single ใหม่อีกแล้ว
3月1日 เม้าท์เรื่อยเปื่อยเม้าท์เรื่อยเปื่อย
Thesis project
ช่วงนี้เป็นช่วงเร่ง Lab เพื่อต้อนรับฤดู eva ที่จะพัดผ่านมาอีกระลอก วันอังคารที่ผ่านมา ไอ้เราก็อุตส่าห์เนียนลงไปใช้ French press ข้างล่าง จะได้ยังไม่ต้องคุยกับอาจารย์ พอกลับขึ้นมาเจ้าแอร์ดันยื่นกระดาษให้ เป็นงานสัมนาวิชาการ "พี่เตย....ดูเหมือนอาจารย์จะให้ส่ง poster"
"อ๋อ....บอกแอร์ใช่ป่ะ งั้นแอร์ก็ส่งดิ" นี่....เนียนมาก เฉไฉ ไม่ใช่เรื่องกรูสุดๆ "อาจารย์บอก.....Both of you.....พี่เตย ก็ทั้งคู่แหล่ะ อย่ามา....." เออ...จะอะไรกะตูนักหนาเนี่ย eva ก็ต้อง eva โปสเตอร์ก็ต้องส่ง
เป็นผลให้ช่วงนี้ เหนื่อยกาย+ใจสุดเพื่อเร่ง data (จะเอาอะไรไปเสนอเขาดีล่ะเนี่ย -_-") อย่างวันนี้ลองใช้ anion exchange เลยใช้เครื่อง Biorad ที่ทิ้งจมฝุ่นไว้
มานานตรง bench ร้างของ Lab (ความจริงไม่ร้าง แต่เจ้าของไม่อยู่นานมากแล้ว) ไอ้เครื่องนี้ทำให้เรารู้สึกอยู่ 2 อย่าง - อยากได้ notebook เพราะมันต้องเอา com ไปต่อดู peak protein - อยากได้คนมาป้อนข้าวให้ตอนทำ Lab เพราะหิวข้าวมาก แต่จะไปก็ไม่ได้เพราะต้อง คอยเปลี่ยน tube เก็บ fraction ตลอด ผลก็ป่วง peak ออกมาตึ่งหนึ่ง จะ run gel ดูก็ไม่ทัน เลยต้องเลื่อนไปพรุ่งนี้ ตกเย็น ไอ่ยะมานั่งหน้ามุ่ยเล่น com อยู่ (มาเล่น com ตูทำไมฟะ com เอ็งก็มี)
สอบถามก็ได้ความว่า กะลังปวดเฮดเรื่อง project อยู่เหมือนกัน แถมต้องส่งโปสเตอร์งานเดียวกันด้วย ซวยกันทั่ง wing ล่ะทีนี้..... NANA 14 (spoiler alert!)
นานะ เล่ม 14 ออกแร้วววววววววววววววววววววววว เล่มนี้เจ๊ไอ ใช้แส้แห่งความจริง โบยตีสาวๆซะเจ็บแสบแปลบปวดกันทั่วหน้า ค่าที่หนุ่มๆในเรื่องแต่ละคน โชว์แง่มุมเบื้องหลังเบื้องลึก ที่ล้วนแล้วแต่มีกิเลส ตัณหา และความอ่อนไหว ไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไป อะไรไม่ร้ายเท่า ยาสุของดิฉันนี่จิ มีหญิงหมกไว้ทำไมไม่บอกกกกกกก!!!
ช้ำใจสุดๆ ทั้งเรื่องอุตส่าห์กรี๊ดแต่พี่เหม่ง กับ ทาคุมิ ทาคุมิเจ้าชู้ก็พอจะเข้าใจ
เฮียเป็นของเฮียมางี้แต่ไหนแต่ไร (เป็นภรรยาเฮียต้องทำใจ!) แต่พี่เหม่ง......นี่ดิ พี่เหม่งอ่ะ เศร้าจายยยยยย T_T (ไปซบอกล่ำๆ + 6packsงามๆของท่านจิ๊ร้องไห้ให้หนำใจดีก่า) เล่มนี้แอบมีย้อนความรักความหลังระหว่างยาสุกับเรร่าด้วย
เรร่าตอนม.ปลาย อินโนเซนต์ น่ารักสุดๆ แล้วมุกจีบสาวของพี่เหม่ง นี่เจ๋งมากกกกกกกกก "ไม่เลวร้ายหรอก แค่ยาเสน่ห์น่ะ" อุกรี๊ดดดดดด คิดได้ไงเนี่ยเพ่ เป็นเรร่าก็คงอึ้งกิมกี่ไปเหมือนกัน อย่างยัตซังน่ะ ไม่ต้องใส่ ก็รักจะตายอยู่แล้วจ้าาาาาา >_< อีกคู่ที่น่าสนใจคงเป็นยูริกับโนบุ
เป็นอุทธาหรณ์สอนใจสาวๆในวงการ AV ได้เป็นอย่างดี "ถึงอยากเลิก แต่วิดิโอมันก็จะอยู่ไปตลอดชีวิต" สาวๆในวงการบันเทิง ที่ใจกล้ามากๆจึงควรพึงสังวรณ์ เรื่องของกรวด
ปิดท้ายด้วยข่าวที่(น่าจะ)ดี ประจำวัน เมื่อเช้าเจอเจ้ากรวด เลยถามเรื่องที่ซานดิเอโก้ ยู โทรมาสัมภาษณ์เมื่อคืน ปรากฏว่าเจ้ากรวดน่าจะมีแววติดโผ ซึ่งเดาเอาจากที่คุยๆกันมา แล้วอาจารย์ท่านนี้เคยมาเที่ยวเชียงใหม่ด้วย บอกว่าติดใจมาก หลงเสน่ห์ชม. เป็นเมืองที่น่าอยู่ เจ้ากรวดเลยว่า หวังว่าที่ซานดิเอโก้ก็คงน่าอยู่เหมือนกัน เจ๊เองก็หวังนะ หวังว่าน้องจะได้ไป งั้นคืนนี้ก่อนนอน จะเอาใจช่วยด้วยการขอพรคุณพระให้นะน้องนะ ไม่อยากไปเฟ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย 2月25日 อยากวาดรูป (โหมดโวยวาย)อยากวาดรูป (โหมดโวยวาย)
ตายแล้วๆๆๆ
ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้ หลังจากที่ห่างหายจากวงการวาดรูปไปนาน ก็อยากจะกลับมาจับดินสออีกครั้ง อยากวาดการ์ตูน อยากวาดโนดาเมะ อยากวาดเซมไป แต่ปรากฏว่า.... มือแข็งมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ว่าแล้วๆ พอไม่ได้จับนานๆ มือแข็งจริงๆด้วย จำได้ว่าตอนลงคอร์ส clothing design ใหม่ๆ คุณครูให้นั่งลากเส้นม้วน เส้นตรง เส้นขวาง ต่อๆกันเต็มหน้า A4 โดยที่ไม่ยกมือขึ้นเลย เพื่อที่จะฝึกการลากเส้น และน้ำหนักมือ แล้วก็ให้เอามาส่ง ตอนนั้นหมด A4 ไปเป็นปึ้งเลยง่ะ กว่าจะลากเส้นได้ตรงๆ โดยไม่ยกมือ ครูอธิบายว่า ถ้า designer มืออาชีพ เค้าจะต้องพร้อมที่จะสเก็ตรูป ให้ลูกค้าดูเดี๋ยวนั้นเลย การฝึกมือให้ลากดินสอ ตวัดเส้นได้ฉับไว จึงควรฝึกไว้ สงสัยเค้าคงจะต้องกลับไปฝึกแบบนั้นใหม่อีกครั้งแล้วล่ะ รอก่อนนะเซมไป เค้าอยากวาดรูปเซมไปเต็มแก่แล้ว
ฮึ๋ยยยยยย อยากวาดๆๆๆๆๆๆ ทนไม่ไหวแย้ว....... 2月21日 NTPase assayNTPase assay
มี assay อยู่ 3 อัน ที่เราต้อง set เพื่อทำ Thesis
- Protease assay - NTPase assay - Helicase assay อันแรกไม่น่ายากเท่าไร เพราะที่ Lab มีพี่ๆเขาทำไว้อยู่แล้ว
แต่ 2 อันหลังนี่ดิ..... เจ๊ต้องมา establish ใหม่เองหมด เพราะยังไม่มีใครทำใน Lab มาก่อน เคยถามน้องต้อม ที่ทำ Advance project กับอาจารย์ มาก่อนว่าทำไม ไม่อยู่ทำ Thesis กับอาจารย์ต่อ? น้องต้อมบอกว่า "ก็อาจารย์จะให้ทำ Helicase นี่แหล่ะ เลยไม่ทำ ขี้เกียจ develop test เองใหม่" ฮ่วย..... ความซวยเลยตกมาอยู่ที่ตู แต่ความจริง ที่เราเลือก project นี้เราก็มีเหตุผลเหมือนกัน
เนื่องจากอยากจะได้เทคนิคที่หลากหลายติดตัวไว้ (ทำไมไม่รู้?) เพราะว่าจะได้ทำตั้งแต่ - Cloning - Protein expression and Purification - Enzyme assay แต่ละอันก็จะมีพวกเทคนิคปลีกย่อยไปอีก อย่างตอน Cloning แค่สกัด plasmid ก็มีเรื่องยิบๆ ย่อยๆ ต้องคิดแล้ว เพราะว่า Lab เราไม่ใช้ Kit เหตุผลก็คือ ไม่คุ้มที่จะซื้อ ที่มีอยู่ก็เจ๊งบ๊ง ใช้ไม่ได้ แล้วทำไงล่ะ ทีนี้? Sambrook ช่วยคุณได้ค่ะงานนี้ เล่นวิถีชาวบ้านแบบ Alkaline lysis ธรรมดา กับ CTAB ก็น่าจะอยู่แล้ว สำหรับ Lab ที่นานๆทีจะสกัด plasmid อย่างเรา แต่ก็ต้องเอาล่อเอาเถิดปรับ protocal เองเล็กน้อย เพื่อความสะดวก เลยกลายเป็น Alkaline lysis แบบดั้งเดิม + protocal ของ Qiagen adapt เอาเองซะงั้นแหล่ะ (ใครจะทำไมฟร่ะ?) หลังจากไปติดอยู่ที่ cloning ตั้งนาน เราก็ได้ clone มาจนตอนนี้ก็เริ่ม set assay แล้ว 2-3 วันมานี้ปวดกะโหลกกับ NTPase assay มากกกกกกกกก
เริ่มตั้งกะน้ำยาเลยอ่ะ ในนั้นมันบอกว่า หลังจาก mix malachite green กับ molypdate แล้ว ให้เติม sterox ลงไปด้วย เราก็งง หาตั้งนาน หลายเดือนตั้งกะได้ paper มาแล้ว อะไรวะ ไอ้ sterox เนี่ย? ถามชาวบ้านแถวนี้ ชาวบ้านก็งง พอไปถามอาจารย์ อาจารย์เองก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเหมือนกันว่ามันคืออะไร มานั่ง search google นี่ยิ่งงไปใหญ่ ไอ้บริษัทที่มันอ้างเนี่ย มันมีฝ่าย Chemical เหมือนกันนะ แต่งานหลักๆมันไม่ใช่ขายพวกเคมี แต่เป็นเกี่ยวกับสารพิษ สิ่งแวดล้อม ด๋อยอะไรก็ไม่รู้ จะ search หา paper อื่น ที่ใช้คำนี้มันก็มีแต่ paper รุ่นเดอะทั้งนั้นเลย อะไรฟะ? คิดไป คิดมา เอาวะ ถ้าของมันมี available จริง keyword ที่เราควรใส่ไปด้วยคือ คำว่า catalog No. เลยจัดการเพิ่มเข้าไป ปรากฎว่า....... NP-40 Catalog No........ Synnonym........บลาๆๆๆๆๆๆๆๆ Sterox........ ฮ่วย...... แล้วก็ไม่บอก...... NP-40 แค่เนี๊ยะ T_T ปล่อยให้ตูหาตั้งนาน เพราะอี paper บ้านี่มันรุ่นเก่า แล้วอีสารตัวนี้ก็ Synnonym เป็นแสน อยากจะกรี๊ดให้ลั่น wing แต่เอาเถอะไหนๆก็เจอแล้ว อีกด่านหนึ่งคือ ไอ้ตัวเนี๊ยะ Lab เราไม่มี จะรอสั่ง อีก 3 ปีต่อมา(ตอนที่ลูกเรากับท่านจิ๊วิ่งได้แล้ว อิๆ) คงค่อยได้กลับมา set assay ใหม่ เลยต้องไสหัวไปขอคนอื่นมาใช้ก่อน พอเอามาลอง set ดู ก็ใส่ตามที่ paper มันว่า ไอ้หย๋า.... เขียวอื่ออย่างกะสาหร่ายอีบ๊อท (project อีบ๊อทมันเลี้ยงสาหร่าย) Blank กับ Std ที่เข้มสูงสุด OD แทบไม่ต่างกันเลย แล้วตูจะวัด activity ยังงายยยยยยย T_T (อยากจะกรี๊ดรอบที่ 2) นั่งปวดกะโหลกไปอีกพัก ไปคุ้ย paper ที่ดองๆไว้มานั่งเพ่งอีกรอบ (ชีวิตตูช่างมีอุปสรรค) มีอยู่อันหนึ่ง (อันนี้อ่านผ่านๆนานแล้ว และลืมไปแล้ว) เออ...มันก็ set assay แบบเดียวกะตูนี่หว่า แต่ไม่เห็นมี sterox บ้าบอคอแตกอะไร ใส่เหมือน original paper สำหรับ assay ตัวนี้ที่ได้มาทุกอย่าง ยกเว้นว่าเขาใช้ Tween-20 แทน เออ... สรุปว่า ขอแค่เป็น non-ionic detergent เท่านั้นก็พอใช่มั้ย! (โฮๆๆๆๆๆๆ แค่รู้ว่าเป็น Tween-20 แต่แรกก็จบเรื่องแล้ว ตูจะบ้าไปกับไอ้ sterox นี่เพื่ออะไรเนี่ย? T_T) อ่ะ...เอาวะลองตาม HCV paper นี่ดูอีกสักตั้ง
และแล้ว..... กรี๊ดดด ค่ะ กรี๊ดดดดด มาก Blank งี้เหลืองใส ส่วน Std เขียวปี๋ มันต้องอย่างงี้สิเฟ้ย......assay ตู เฮลั่นไปอีกช็อต แล้วถึงคราวมานั่งทำ Std curve มั่ง
รอบแรก.....กราฟสวยงาม OD จากมากไปน้อย เรียงกันดี รอบสอง.....ป่วงไป 1 ค่า รอบสาม....ป่วงไปอีก 2 ค่า รอบสี่.....ล่อไป 4 ค่าเลย แง๊........ หนูทำไรผิดง่า ไม OD มันออกมาขึ้นๆลงๆงี้ เค้าทำไรผิ้ดดดดดดดดดด จิตตกไปอีกหนึ่งวูบ จนน้องที่ Lab ต้องลากออกไปกินข้าวกลางวัน
ช่วงบ่าย เรียกกำลังใจกลับมา (โดยการดูหน้าท่านจิ๊ สุดที่เลิฟ) >_< ลองเซ็ตใหม่ ผล....ก็เหมือนเดิมอีก ถึงตอนนี้ไอ่ยะ เริ่มมาด้อมๆมองๆ รัชนูก็เริ่มวีน (จิตหลุดอีกรอบ) ทำไม OD กับสีของสารมันไม่ไปด้วยกัน เขียวต่างจาก blank ขนาดนี้ อ่านมาได้ยังไง้.....ว่าค่าฉันติดลบ เจ้ายะเลยถามว่า "นี่มัน Endpoint แน่นะ ทำไม OD ไม่นิ่งเลย" เออ.....จริงของมัน (ตกลงเอ็งผ่านเคมีคลินิกมาได้ไงเนี่ย?) ยะเลยบอกให้ทำเป็น Kinetic ดู เพื่อจะดูว่า OD มันนิ่งที่ไหน เพราะหลักการของ Endpoint มันควรจะวัดตรงช่วงที่สี stable ที่สุด กลับมานั่งดู paper อีกรอบ ก็พบว่า.....
โดยหลักการแล้ว assay นี้ วัดค่าได้ทันที แต่..... ตัวเขา (ไอ้คนเขียน paper) ก็รู้สึกว่าสัก 30 นาทีน่าจะเป็นช่วง เวลาที่เกิด full color development มากที่สุด ง่ะ.....รู้สึกเรอะ งั้นฉันก็คงต้องลองดูเองบ้าง ตกลงว่า Kinetic นี่แหล่ะน่าจะเป็นทางออกในการดู pattern
ที่ดีที่สุด เลยไปลากไอ่ยะมาช่วย set kinetic ผลก็ปรากฎว่า กราฟขึ้น OD หลั่นกันอย่างที่ควรเป็น และเมื่อเวลาผ่านไป สัก 15 นาที ค่า OD แต่ละจุดก็เริ่ม stable รอบแรกค่าหลุดไปหนึ่งจุด แต่ pattern OK รอบสองค่าหลุดไปอีกหนึ่งจุดแต่ pattern ก็ยัง OK อยู่ รอบสาม...... ค่าสวยมากค่า....... เรียงกันจากมากไปน้อย ตามความเข้มข้นเด๊ะๆ โล่งอก... แต่ก็ยังอดงงไม่ได้ง่ะ ว่าตอน set อ่าน OD ธรรมดา ทำไมเค้าอ่านค่าไม่ได้วะ มันต่างกันกับ Kinetic ตรงไหน แค่อ่าน OD ธรรมดาแค่เนี๊ยะ...... เง็ง... สรุป 1 คือ น่าจะรอให้สี stable ก่อนสัก 15 min ค่อยวัด แต่ตอนที่เราทำ Enzyme kinetic นี่สิ
คงต้องกลับไปนอนคิดซะแล้ว ว่าเค้าจะ set assay ยังไงต่อ ขอลองคิดเองก่อน ก่อนที่จะ ไสหัวไปคุยกับอาจารย์ สรุป 2 กลับเกือบ 5 ทุ่มแน่ะเมื่อคืน ![]() รูปไม่เกี่ยวกับข้อความ แต่อยาก post...แปะรูปแฟนตัวเองนี่คงไม่ผิดชิมิเคอะ อิๆ
(ท่านจิอากิ หล่อ เท่ห์ ที่สุดในโลกล้านปีไม่มีใครเกิน ก่ารี๊ดดดดดดดดดดดด) 2月17日 PV Konna Ni Chikaku de-Nodame Catabile Animation Ending TitlePV Konna Ni Chikaku de-Nodame Catabile Animation Ending Title
เมื่อวานเพิ่งทราบว่า Konna ni chikaku de ที่เป็น Ending title ของ ส่วนตัวแล้วชอบเพลงนี้มากๆ เลยนะ ถึงจะผิดคาดที่มันไม่เป็นออเครสตร้าก็เถอะ แง๊....อยากตัดต่อ MV ตัวนี้กับภาคดราม่าง่ะ ใครก็ได้สอนหนูตัดต่อ MV ที้.... Hi, Everybody who is searching for Konna ni chikaku de-Nodame Cantabile EP theme Enjoy it! 2月11日 Far Away"Far Away"
Artis : Nickelback
This time, This place Misused, Mistakes Too long, Too late Who was I to make you wait Just one chance Just one breath Just in case there's just one left 'Cause you know, you know, you know [CHORUS]
That I love you I have loved you all along And I miss you Been far away for far too long I keep dreaming you'll be with me and you'll never go Stop breathing if I don't see you anymore On my knees, I'll ask
Last chance for one last dance 'Cause with you, I'd withstand All of hell to hold your hand I'd give it all I'd give for us Give anything but I won't give up 'Cause you know, you know, you know [CHORUS]
So far away
Been far away for far too long So far away Been far away for far too long But you know, you know, you know I wanted
I wanted you to stay 'Cause I needed I need to hear you say That I love you I have loved you all along And I forgive you For being away for far too long So keep breathing 'Cause I'm not leaving you anymore Believe it Hold on to me and, never let me go Keep breathing 'Cause I'm not leaving you anymore Believe it Hold on to me and, never let me go Keep breathing Hold on to me and, never let me go Keep breathing Hold on to me and, never let me go หลังจากที่ได้ดู MV Nodame fanmade เวอร์ชั่นนี้แล้ว [จิ้มเลยที่ Youtube ด้านบน]
ตอนนี้ก็เลยอินกับเพลงนี้มาก Far away เปิดวนมันทั้งวันเลย ดูไปๆ ชักอยากให้ senpai มาง้อเรางี้มั่ง (ฮา) เอ่อ....แต่ในชีวิตจริงแล้ว บางทีอาจไม่มีโอกาสได้เอ่ยคำว่า 'ขอโทษ' หรือ 'เสียใจ' อีกครั้งก็เป็นได้ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดก็คือ พยายามอย่าทำให้มันมีเหตุการณ์ที่จะทำให้คนที่คุณก็รักเขา และเขาก็รักคุณเสียใจกันนะคะ วันนี้จบแบบเน่าเลยนะ....หล่อน
2月9日 My desktopMy desktop
กะรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ขอโชว์สักหน่อย แบบว่าคนมันกะลังเห่อ ทำเองเลยนะอันนี้ เฮ้อ....ช่างเป็น wall ที่ไม่ชวนทำงานเอาซะเรยยยย ไปสัมมนาละ ลั่นล้าาาาาาา 2月7日 ชีวิตที่เริ่มมีคำถามชีวิตที่เริ่มมีคำถาม
เมื่อวาน Advisor เราถามว่า
"You plan จะ apply เข้า PhD. programme บ้างหรือเปล่า" อะกึ๋ยลลลลลลลลล์ ยัยรัชนู กับ PhD. programme เนี่ยนะ? ถ้าเป็น Dr. เรามันจะเป็น Dr. แบบไหนกัน? การเข้าเรียน PhD. เดี๋ยวนี้ไม่ได้ยากเย็นเหมือนสมัยก่อน คือ หมายความว่าอาจไม่ต้องรอแต่ กพ. แล้วไปนอกอย่างเดียว เพราะเมืองไทยเดี๋ยวนี้มีหลักสูตร ป.เอก ให้เรียนกันแล้ว เจ้ายะ (เหลือบประจำ Lab... อยู่ Lab เคียงข้าง แต่ชอบทำตนเป็นประหนึ่ง member ของ Lab นี้) มันก็เคยตั้งคำถามนี้ เราก็เลยตอบไปว่า "ไม่ไหวหว่ะ" " ไม?อ่ะเจ้ ยังไงก็ผ่านอยู่แล้ว ไม่เห็นยาก" "เปล่า...ชั้นไม่ได้หมายถึงเรื่องที่ committee จะประเมินเรา" "อ้าว...แล้วเรื่องอะไร(วะ?)" "หมายถึงเรื่องที่เราประเมินตัวเอง โดยที่ยังไม่ต้องให้คนอื่นมาประเมินน่ะ มันไม่ผ่าน(โว้ย)" นั่นก็เพราะเราคิดว่า.....
เข้า PhD. ไม่ยาก แต่มาเรียนยากกว่า และยิ่งเป็น PhD. student ที่ดียิ่งยากที่สุด เราเคยเห็น PhD.student มาก็มาก แต่ที่เหมาะสมกับที่จะเรียนจริงๆนั้น มีที่ประทับจิตประทับใจไม่กี่คน นั่นก็เพราะพี่ๆเหล่านั้น - เป็นผู้ใหญ่ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอายุ แต่หมายถึงเรื่องความรับผิดชอบ - มีการเตรียมพร้อมเรื่องภาษา - เข้าใจในเนื้องานวิจัยของตัวเอง แพลน Lab เองได้ แก้ปัญหาเองได้ - เป็นที่ปรึกษาให้กับน้องๆ ใน Lab ได้ - มี critical thinking - ต่อยอดความคิดจากงานตัวเองได้ และข้อสุดท้าย สำคัญที่สุด - มีใจรักอยากจะทำงานวิจัยจริงๆ ที่ร่ายๆมาข้างบนนั้น....ยัยรัชนูไม่มีสักกะข้อ แถมยังไม่พร้อมที่จะมีด้วย
ดังนั้น PhD. programme จึงยังไม่ใช่คำตอบในชีวิตตอนนี้ อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนก็อาจจะมีคำถาม... "งั้นแล้วมาเรียนโท ทำไมฟะ?" นั่นก็เพราะเราคิดว่าชีวิต คือการดิ้นรน ค้นหานี่คะ เราเป็นคนที่ทำอะไรแล้วเอา(แต่)ใจ(ตัวเอง)นำมาแต่ไหนแต่ไร ตอนจบตรี ก็ไม่คิดว่าจะเรียนต่อโท เพราะยังไม่เห็น point ว่าจะเอา ไปทำอะไร จะไปสนองความต้องการของตัวเองในแง่ไหน ก็เลยไปทำงานก่อน แล้วก็ไม่ทำงานรพ.ด้วย เพราะไม่ชอบระบบงาน จนได้ทำงานวิจัย ความกระหายใคร่รู้มันมากขึ้นเรื่อยๆ ทำไมมันเป็นอย่างนี้ ทำไมเขา ต้องทำแบบนั้น เทคนิคนี้มันคือยังไงนะ รู้สึกว่าความรู้เราที่มีอยู่ตอนจบ ตรี ไม่อาจสนองความต้องการอยากรู้อยากเห็นได้ ก็เลยมาเรียนต่อโท ตอนนี้เลยได้รู้สมใจ สมกับสาขาที่อยากเรียนมานาน ได้ทำ project ที่อยากทำ
ได้ลองเทคนิคที่อยากลอง ได้อยู่ Lab ที่อยากอยู่ ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ... เพียงแต่ว่าเมื่อจบ project นี้แล้ว ใจเราก็เริ่มมี project อื่นอีก
ซึ่งก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นอะไร.... แต่ที่แน่ๆ PhD. ยังไม่ใช่คำตอบในตอนนี้.... ![]() ความจริงแล้วสารภาพบาปก็ได้ค่ะ ว่าหนูติดภารกิจหนีตาม senpai
ไปฝรั่งเศส.....ต้องไปทำหน้าที่ศรีภรรเมียที่ดีไปด้วย เรียนเปียโนไปด้วย
เลยไม่มีเวลาทำด๊อก ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะก๊ะ (ความจริงที่ทำให้committee โล่งใจ)
2月4日 มาฟังเพลงกันเต๊อะมาฟังเพลงกันเต๊อะ
ช่วงนี้ยัยรัชนูกำลัง(พยายาม)ทำ Lab ให้หนัก เลยอยู่ดึกทุกวันเลย
เวลาอยู่ Lab คนเดียวค่ำๆ ดึกๆ วิธีแก้ง่วงก็คือ เปิดเพลงให้มันดังสนั่น หวั่นไหว ไปทั้ง wing บางทีเปิดไม่พอ มีแอบแด๊นซ์ด้วยนะ (ดึกๆไง สามารถ ปล่อยผีได้) มาดูกันดีก่า ว่า tracks โปรดที่เปิดบ่อยที่สุดตอนนี้มีอะไรบ้าง Rachmaninov - Piano Concerto No.2 in C minor (Orchestra De Nodame Live)
อาณิสงค์จาก series ญี่ปุ่นอย่าง Nodame Cantabile แท้ๆ ที่ทำให้ชีวิตนี้ที่ไม่เคย ซึ่งก็ทันทีที่ Ep5 ออกอากาศ ทาง Fuji TV แกก็ปล่อยหมัดเด็ดเป็น OST ประกอบละคร รุ่นพี่กับ Piano Concerto No.2 เย้ายวนทั้งเพลงทั้งคนเล่น >_<
เหมือนในการ์ตูนมะฮริ้ววววววว สำหรับ track นี้เป็น track ที่เหมือนกับในละครค่ะ แต่จะมาเต็มๆกว่า แต่ก็ไม่เต็มเท่าของจริง แผ่นที่สอยมาได้ตอนนี้ และท่าน Sergey Vassilievich Rachmaninov (1873-1943) และหลังจากฟังอัลบั้มชุดนี้จบแล้ว ก็ทำให้เราแจ้นไปร้าน CD ทันที เพื่อไปจับๆ ตบๆ ดมๆ Rachmaninov - Piano Concerto No.2 in C minor [อยากฟัง..จิ้มเลย เค้าแจก] เป็น version ในละครนะ ส่วนแผ่นนี้อยากได้มากกกกก ใครไปญี่ปุ่นฝากซื้อที John Legeng - Let's get Lifted track นี้เราไปเจอโดยบังเอิญในค่ำคืนหนึ่งค่ะ พอดีว่าอยากได้เพลงของ Crystal Kay แต่ ส่วนพ่อ John Legend คนนี้ ถือว่าเป็นศิลปิน neo-soul ยุคใหม่ที่น่าจับตามองที่สุด เพราะเพียงแค่ ถ้าเฮีย cover เพลงนี้ หนูยอมเป็นนางเอก MV ให้เลย (ใครเชิญแก๊!!) ปล.ฟังเนื้อแล้วอย่าหาว่าหนูลามกนะก๊ะ.....โดย nature แล้ว เพลงสไตล์นี้ก็มักจะเป็นแบบนี้ ถ้าอยากฟัง ก็โหลด Prelude ก่อนนะก๊ะ แล้วก็ตามด้วย Let's get lifted เปิดต่อกัน จะได้ใจมากกกกก Yuna Ito - Tender is the night รอคอยอัลบั้มเต็มมานานกับสาวสวยเสียงใสคนนี้ หลังจากที่ปล่อย single เด็ดๆดวงๆ โดนใจ Endless story 2005 Faith/Pureeyes 2006 Precious 2006
Stuck on you 2006 Losin' 2006 Truth 2006 เอาเถอะ...แต่ก็ไหนๆแล้ว ก็ยังอุตส่าห์มี track ใหม่ ออกมาให้เจ้ติดใจอยู่หนึ่ง track Tender is the night when you're crying ฟังแล้วน่าเอาไปกอดปลอบใจ แถมกระซิบข้างหูให้ท่านจิอากิฟัง เพราะNodame เล่ม อยากฝันดีจิ้มได้เลย Tender is the night แถมให้ด้วย Pureeyes ปล. เพลงนี้เค้าก็ยกให้เซมไปเหมือนกันนะ ก็ลองดูคำแปลจิ 1月31日 หมดแรง....แง๊.......
เหนื่อยอ่ะ...... หิวด้วย..... อะไรไม่รู้ทั้งวันเลยวันนี้ ลงเชื้อ,เตรียม media,ไปธนาคาร,วัด ConC,run gel blot,ลงเชื้อ,induce.....กว่าจะเสร็จปาไป 5 ทุ่มอ่ะ เพิ่งได้กินข้าวเดี๋ยวนี้เอง...... ไม่มีแรงปั่นจักรยานกลับหอแหล่ว..... แง๊.....เค้าก็อยากให้ senpai มาป้อนข้าวให้ตอนทำ Lab มั่งอ่ะ 1月28日 Konna ni chikaku de และ A tribute to Nodame and Chiaki-samaKonna ni chikaku de และ A tribute to Nodame and Chiaki-sama
Konna ni chikaku de - Nodame Cantabile anime EP
Poko-Himawari ซัง แม่ยกอันดับหนึ่งของท่านจิ๊ ทำ MV Nodame มาให้ดู |
|
|