Ratchanu 的个人资料Toey's space照片日志列表更多 工具 帮助

日志


6月7日

ประกาศย้ายที่ทำการพรรค เอ๊ย blog

 
ประกาศย้ายที่ทำการพรรค เอ๊ย blog
 
อันเนื่องมาจากว่า การโหลด spaces ตะละที มันนานมาก
กินเวลา 3 ปีกว่าได้ ถึงจะโหลดได้สักที
 
ข้าพเจ้าจึงได้ประกาศขอย้ายที่ทำการพรรค ไปไว้ที่นี่
http://molecularkitten.exteen.com
ซึ่งยังมิอาจแซ่บได้ ว่าจะอยู่ชั่วคราว หรือตลอดไป
เพราะที่นั่นแจกที่ทำกินเพียงแค่คนละ 10 ไร่ (10MB) เท่านั้น
แต่มีข้อดี คือ โหลดเร็ว และเปลี่ยน theme ได้ตามใจฉัน
 
จึงขอให้แฟนๆนานุแฟน (ใครวะ?) ของรัชนู ย้ายไปทำการชื่นชม
สมน้ำหน้าได้ที่บ้านใหม่ ดังที่ระบุไว้ข้างต้น แต่ที่นี่ก็อาจจะยังไม่ทิ้ง
เพราะว่ายังมีบทความ(ไร้สาระ) เก็บไว้อีกมาก
 
จึงเรียนมาให้แซ่บโดยทั่วกัน
ลงชื่อ......รัชนู มีร่า จิอากิ มัสแตง
5月27日

My profile

 
My profile
 
ช่วงนี้กำลังติดการ์ตูนอยู่สองสามเรื่อง เวลาอ่านการ์ตูน
สิ่งที่ชอบที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ ตอนที่อ่าน profile ของตัวละครแต่
ละตัวนี่หล่ะค่ะ เพราะจะมีรายละเอียด ข้อมูล ลักษณะนิสัย
ใจคอของคาแรคเตอร์นั้นๆ มาให้อ่านกัน นอกจากความเพลินแล้ว
ก็ทำให้เข้าใจนิสัยตัวละครมากขึ้นด้วยนะ ว่า อ้อ....อย่างนี้นี่เอง
หมอนั่น มันถึงได้ทำแบบนี้ เลยมานั่งคิดบ้างว่า แล้วถ้าเอาตัวเองมา
เขียนเป็น profile แบบตัวการ์ตูนนี่บ้าง มันจะเป็นยังไงนะ?
 
Toey's profile

ชื่อ                   Ratchanu
เกิด                  2 สิงหาคม
ราศี                  กรกฏ
ส่วนสูง               166
นน.                  หยาบคายน่า...
สัดส่วน               ถามทามากิ ฮิโรชิดู ;P
อาชีพปัจจุบัน         ป.โทต๊อกต๋อย
สายพลังหลัก         M เน้น Megane (หนุ่มแว่น คริๆ)
สายพลังรอง          Y (Yaoiเฉพาะโด คู่ที่ชอบเท่านั้น)
ของที่ชอบ            การ์ตูน แมว แล้วก็ ชินอิจิ จิอากิ
ของที่เกลียด          งู เด็ก งานปาร์ตี้
เรื่องที่ไม่อยากทำ     รับโทรศัพท์
เรื่องที่อยากทำ        เล่น net  กลับเชียงใหม่
คำทักทายที่ใช้ประจำ  เฮ้ย.....
เพลงเปิดตัว           Sweet soul revue ของ Pizzicato five
 
 
 
 
5月12日

Welcome to my IMBG

 
Welcome to my IMBG
 
เมื่อสักสองอาทิตย์ที่ผ่านไป ทางสถาบันที่เราเรียนอยู่จัดงาน Homecoming day
เพื่อให้เหล่าศิษย์เก่าตั้งแต่รุ่นดึกดำบรรพ์ยันปัจจุบันได้มาพบปะสังสรรค์กัน
และในฐานะศิษย์ปัจจุบันยอดเยี่ยม ที่ไม่ยอมไปร่วมงาน (ก็เค้าไม่ชอบงานปาร์ตี้นี่นา)
entry นี้ก็เลยอยากจะพูดถึงสถาบันจั๊กกะหน่อย
 
ตึกสถาบัน

แว๊บแรกที่ได้เห็นตึกสถาบันตอนที่มาสอบเข้า เด็กบ้านนอกอย่างเราก็ได้แต่นึกในใจ
"โอ้....แม่เจ้า ตึกช่างสวยไฮโซ เป็นกระจกล้วนซะด้วย ดูแล้วโมเดิร์นจริงๆ"  แต่พอ
มาเรียนจริง "นี่มันกล่องดักหนูชัดๆเลยนี่หว่า (- -") " อันนี้น่าจะเป็นแรงบันดาลใจ
ของสถาปนิกเป็นแน่แท้ เนื่องจากห้อง Lab ที่ซอยย่อยเป็นคอก ทางเดินที่เลี้ยวไป
เลี้ยวมา แล้วกลับมาทางเก่าได้ไงไม่รู้ (- -") อย่าทำเป็นเล่นไปเชียว ขนาดคนที่อยู่
ที่นี่เอง มาอยู่ใหม่ๆยังเคยเดินหลงมาแล้ว (เราก็ด้วย) เจอ visitor เดินหลงทางมาขอ
ความช่วยเหลือก็บ่อย  ล่าสุด น้องๆเด็ก inter ที่มาทำ Lab มีถาม "พี่ๆ พี่แน่ใจนะว่า
ตึกนี้มีคนอยู่" ฮ่วย....แล้วเอ็งคุยอยู่กับใครล่ะโว้ย (- -*)
 
ภาษาอังกฤษ

จัดเป็นยาขม เอ๊ย...ไม่ใช่ภาษาราชการของหลักสูตรอินเตอร์ ซึ่งทำให้ผู้สัดทัดแต่
อังกฤษตรางูอย่างเราต้องลำบากใจเป็นอันมาก เพราะต้องฟังเลคเชอร์ เขียนรายงาน
เขียนข้อสอบ อภิปรายในชั้น เป็นภาษาบ้านเกิด(เมื่อชาติที่เท่าไรแล้วไม่รู้) อันนี้ทั้งหมด
งานนี้ต้องอาศัยวิชาความรู้ที่คุณครูได้กรุณาตบตี สั่งสอนมา ตั้งกะอนุบาลยันป.ตรี
บวกกับความใจกล้า หน้าด้าน (ปกติแล้วจะเป็นคนขี้อายมากค่ะ ^^) เป็นสรณะเพื่อ
เอาตัวรอด ทำให้จากที่พูดแทบไม่ได้เลย กลายเป็น 'ไม่ได้มรึงก็ต้องพูด' ไปซะงั้น - -"
ที่อณูนี้จะมี อ.ฝรั่ง 3 ท่าน มาจาก 3 ชาติ อังกฤษ อเมริกา แล้วก็เยอรมัน อ้อ มีมาเลเซีย
อีกหนึ่ง มาเรียนที่นี่แล้ว ประสาทหูอาจได้รับการพัฒนา (แต่ทางดีหรือร้ายว่ากัน
อีกเรื่อง) เพราะว่าขณะที่กำลังคุ้นๆกับสำเนียงหนึ่ง อีกชั่วโมงถัดมาหูก็ต้องไปคุ้น
กับสำเนียงใหม่อีกแล้ว เล่นเอามึน.....
 
การเรียน

ถ้าไปเปิดหลักสูตรใน net ดูจะเห็นว่าตัวเลือกของที่นี่ อลังการงานสร้างมาก แต่พอมา
เรียนจริงๆแล้ว "มรึงเอาตัวหลักให้รอดก่อนเถอะนะ - -" แค่ตัวหลักสองตัวก็ทำน้ำตาตก
เลือดออกกันถ้วนหน้าแล้ว เพราะฉะนั้นจงดีใจเสียเถิดที่เอ็งไม่ได้ลงตัวเลือกอลังการ
เหล่านั้น เพราะจริงๆแล้วเค้าไม่เปิด... บรรยากาศการเรียนจะเป็นประมาณ เล็คเชอร์
น้อยๆ อ่านเองมากๆ ยิ่งอ่านยิ่งงง เข้าพงไปใหญ่อะไรทำนองนั้น....ปกติจะเรียนให้จบ
กันทีละ 2 ตัว อย่าแปลกใจว่าเรียนแค่ 2 ตัว แต่อ่านหนังสือทุกวันยังไม่ทัน หรือบางที
แน่ใจว่า กรูอ่านที่เค้าสอนหมดแล้ว มั่นมากประหนึ่งรู้ดีที่สุดในโลก แต่ปรากฏว่าใน
ข้อสอบ เป็นเรื่องของนอกโลกก็มี (- -")
 
สภาพแวดล้อม

เนื่องจากศาลายานี้เป็นดินแดนที่ศิวิไลซ์มากกกกกก (เน้น...มากกกกกก) ดังนั้น
สภาวะแวดล้อม ก็เลยเต็มไปด้วยความทันสมัย อลังการ ต้นไม้ ดอกไม้ คูน้ำ(เน่า)
กอบัว ไม่แพ้ฉากในละครไอ้ขวัญอีเรียมเลยทีเดียว ยิ่งถ้าตอนกลางวันได้เดินฝ่า
เปลวแดดตัดทุ่ง เอ๊ย...ข้ามถนนออกไปกินข้าวหน้าสถาบันด้วยแล้วล่ะก้อ
อย่าแปลกใจว่าถ้ากลับไปเยี่ยมบ้านแล้วแม่จะสงสัยว่า นี่ชั้นส่งลูกไปเรียนหรือไป
ดำนา เพราะว่าผิวแทน(ดำ)อินเทรนด์ฝรั่งกันถ้วนหน้า (โบ๊ะครีม SPF เป็นแสน ก็เอาไม่อยู่)
และโดยสภาวะแวดล้อมอันเป็นธรรมชาตินี้ วันดีคืนดีอาจได้สวนสัตว์เปิดเป็นของ
แถม อาทิเช่น จระเข้น้อย(ตะกวด)ตัวเขื่องที่เดินอาดๆอยู่กลางสนามสถาบัน หรือตี
น้ำกระจายอยู่ในคู (เข้าใจว่าอาจจะมาเยี่ยมเพื่อนสักคนที่อยู่ในตึกนี้ อาจจะเป็นปิยะก็ได้)
หรือว่า อนาคอนด้าตัวเล็กๆ(เท่าแขน) ที่เลื้อยข้ามถนนอย่างสบายอารมณ์ หรือ
บางทีก็ขึ้นมาถึงใน Lab มาได้ไงไม่รู้ (เพราะ Lab อยู่ชั้น 2 ) รู้แต่ได้รับเสียงกรี๊ดดดด
สนั่นดังมาก จากผู้ที่เห็นการโชว์ตัวในครั้งนั้น เลยต้องเชิญเธอออกไปที่อื่น ก่อนผู้ชม
จะหัวใจวายตาย (น่าจะหลุดมาจากหัวใครสักคนในสถาบันนี่แหล่ะ)
 
Thesis project

โดยที่เรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ ดังนั้น Thesis project ทั้งหลาย
เลยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง (เฉพาะคำพูด ทำจริงอีกเรื่อง)
งานวิจัยของที่นี่ก็จะมีตั้งแต่สัตว์เศรษฐกิจ  (กุ้ง,ควายไทย) พืชเศรษฐกิจ (มันสำปะหลัง)
การแพทย์ (ธาลัสซีเมีย,ไข้เลือดออก,ภาวะโรคไต,ภูมิแพ้,Bt toxin) หรือ Basic science
อย่างพวก cell signalling ก็มี ไม่นานมานี้มีรุ่นน้องที่มาสอบเข้าใหม่เข้ามาถามว่า
จะเลือก Lab อย่างไร คำตอบที่ได้ก็น่าจะอยู่ตามกลุ่มพวกนี้แหล่ะ คิดว่าเข้าพวกไหนได้
ก็ลองเลือกไปเลย

- กลุ่มกุ้ง อันนี้เป็นกลุ่มใหญ่น่าดู ประกอบไปด้วย Lab ย่อยๆหลาย Lab อาจารย์
  ก็หลายท่าน กินพื้นที่ตั้งแต่ wing B และเกือบทั้งหมดของ C ส่วนใหญ่ก็จะใช้เทคนิค
  RNAi เป็นหลัก มีโปรตีนบ้าง ส่วนใหญ่คนที่เลือก Lab นี้ก็จะเป็นหนุ่มห้าว สาวลุย
  เพราะอาจต้องใช้แรงงาน (เลี้ยงกุ้งเป็นถังๆ เอาใจประหนึ่งลูก) ออกนอกสถานที่
  (ไปเอากุ้งที่บ่อ) ข้อดีของกลุ่มนี้คือ ส่วนใหญ่อาจารย์ดูแลเอง ดูแลดี ได้เทคนิค
  ถูกต้อง และได้กุ้งเป็นอาหาร แหะๆ ข้อเสียคือ อาจต้องซาดิสม์เล็กๆ (เหมาะกับคน
  ชอบ SM) เพราะต้องจับกุ้งกด เอ๊ย (ตายแระเผลอเอาศัพท์ Y มาใช้) จับมาฉีด RNA
  เข้าไป ร้ายสุด ก็นี่เลย สับหัวกุ้งทั้งเป็น จับตัวออกจากถังวางบนเขียง แล้วฟัน โช๊ะ!
  เข้าให้ ให้หัวหลุดจากตัว หางยังดิ้นกะแด่วๆ เพราะต้องการเนื้อเยื่อที่สดที่สุด เคย
 ไปเห็นมาทีหนึ่ง แบบว่าสงสารมาก น้ำตาเกือบไหล (แต่ในใจ - - -> ข้าวเย็นวันนี้
  ต้มยำมาม่าใส่กุ้งแน่ๆ ต้มน้ำรอได้เลย LoL)
 
- กลุ่ม Genomic อันนี้ Lab เดียว แต่กินพื้นที่เป็นหลายห้อง เป็น Lab ชั้นสูง (เพราะ
  อยู่ชั้น 3) เป็นดั่งเมืองลับแล (เพราะมีแต่หญิงล้วน ที่เหลือกระเทย - -") ถึงจะเป็นหญิง
  แต่ที่ที่นี่ต้องการคือ "ความถึก" เพราะต้องสามารถยกกระจกขนาดเขื่องขึ้นๆลงๆได้
  หลายรอบ ประดุจยกเวท เพื่อย้อมเจล อยู่ไปนานๆรับรอง กล้ามขึ้น แขนเฟริ์ม กันถ้วน
  หน้าทุกคน (เพราะยังงี้สินะ ถึงไม่ค่อยมีผู้ชาย) ขั้นตอนยุ่งๆอีกขั้นนอกจาก ทำ PCR
  sequencing run gel ควายกันเป็นประจำแล้ว ก็คงเป็นขั้น analyze ผล ที่ต้องการหูตา
  สับปะรดในการแยกแยะ band ใน gel สักหน่อย จึงเหมาะกับผู้ที่มีหูดีตาดี ชอบยุ่ง
  เรื่องชาวบ้านเป็นประจำ (หุๆ)
 
- กลุ่ม BDG นี่ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มใหญ่ เพราะหลังจากผ่านเรอเนสซองส์ของงานด้าน
  DNA มาแล้ว ปัจจุบันจึงเป็นยุครุ่งเรืองของโปรตีน งานใครลงไประดับโปรตีนจะดู
  หะรูหะรา ไฮโซ ไฮซ้อ ขึ้นมาทีเดียว (เหมาเอาเอง) เทคนิคกลุ่มนี้ก็งานโปรตีนล้วนๆ
  สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติ คือ

        ถึก.....สำหรับกลุ่มนี้ ถึกอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องทรงพลังดั่งเมียอาคิลิสด้วย
  (ว้ายๆๆๆๆ ได้เป็นแฟนพี่แบรด ใน Troy) เพราะต้องยก rotor เครื่องปั่น ขนาดใหญ่
  กว่าบาตรพระ ทำด้วยเหล็กล้วน เข้าๆออกๆ เครื่องปั่นได้ ยกเครื่อง French press
  ที่ทำด้วยเหล็กล้วนเช่นกันไปวางบนแท่นได้ ยก Flask ขนาด 2 L หลายๆอัน ได้ทีเดียว
  เอร่อ....นี่ตกลงว่ามาทำ thesis หรือว่ามาเป็นกรรมกรกันนี่ (- -")

        ทน.....กรณีที่โปรตีน sensitive มาก เตรียมใจไว้ได้เลยว่าต้องได้เข้าไปบำเพ็ญ
  ทุรกิริยาในห้องเย็นแน่ๆ เพราะต้องเข้าไป purify ในนั้น ในขณะที่อุณหภูมินอกตึก
  เป็น 35 องศา แต่คนกลุ่มนี้ อาจต้องทนหนาวเหน็บอยู่ในอุณหภูมิ 4 องศา เป็นปลา
  ในห้องเย็น อนุญาติให้ออกมาพะงาบๆ เอาอากาศเข้าปอดได้ไม่เกิน 1 นาที จนกว่า
  จะเสร็จ มีชีวิตที่อนาถยิ่งกว่าเด็กบนยอดดอยอีกนะเนี่ย....

        งาม.....อันนี้ก็ไม่ทราบว่าตอนที่จะรับเข้ากลุ่มนี้เนี่ย เค้ามีโมเดลลิ่งมาคัดตัว
  ด้วยหรือเปล่า เพราะแต่ละนางของกลุ่มนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นสาวงาม มั่น แรง
  ไฮโซ  ไฮซ้อ ถ้าเป็นชาย (แน่ใจเหรอ?) ก็จะต้องเมทโทรมาแต่ไกล เห็นได้ในรัศมี 2
  กิโลเป็นอย่างน้อย แต่นับตั้งแต่ปีการศึกษาที่รัชนูได้เข้าเรียน มาตรฐานหน้าตาของ
  กลุ่มนี้ก็ถูกพังทลายลงอย่างเห็นได้ชัด เปลี่ยนจาก ฮาเร็ม เป็นตลาดค้าทาส
  ไปได้ในพริบตา (ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง)
 
- กลุ่ม Plant งานด้านพืชตอนนี้อาจจะลดลงมาหน่อย เนื่องจากกระแสต้าน GMO
   แถมตอนนี้ยังขาดอาจารย์ด้านนี้อีกที่สถาบัน แต่ที่นี่ก็ยังเหลือ Lab อยู่ ส่วนใหญ่
   แล็ปนี้เป็นชายล้วนเลย ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ใครชอบงานด้านพืช ที่เทคนิคค่อน
   ข้างยุ่งยากกว่า ใช้เวลานานมากกว่าชาวบ้านสักหน่อย ก็ต้องลองดู
 
- กลุ่มที่เหลือ ก็เป็นทางการแพทย์มั่ง และ Bacteria มั่ง สภาพรวมๆ บอกได้เลยว่า
  เหมาะกับผู้ที่ว่านอน สอนง่าย เป็นเด็กดี อยู่ในอาณัติ เพราะอาจารย์ออกแนวดูแล
  มากๆ คนเถียงเก่งอาจไม่เหมาะ (โดยเฉพาะ ถ้ารู้ว่าตัวไม่เก่งจริง) ถ้าให้เหมาะจริง
  ก็ต้องเก่งไปเลย แบบเป็นงานมาแล้วทุกอย่าง หรือมีเหตุมีผลมากกพอ จึงจะอยู่
  Lab กลุ่มนี้ได้ราบรื่น
 
พูดถึงกลุ่มไปแล้ว พูดถึงการทำงานบ้างนิดหน่อยก่อนจบ ส่วนใหญ่แล้วเด็กๆจะ
ถนัดทำงานตามสั่ง แต่การเรียนระดับ ป.โท ซึ่งมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนั้นมักจะต้อง
คิดเอง แพลนงานต่างๆ เอง หลังจากได้รับหัวข้อมาแล้ว บางแล็ปที่นี่อาจารย์จะดูแล
ใกล้ชิด สอนเทคนิคต่างๆด้วยตัวเอง แต่บาง Lab ก็พี่ๆสอนมั่ง ผู้ช่วยวิจัยมั่ง
หรือบาง Lab ต้องทำเองทั้งหมดเลย โดยเฉพาะ Lab ที่มีอ.ฝรั่ง การคุยจะเป็น discuss
ผลเท่านั้น เพราะอาจารย์มักจะถือว่าตัวเองเป็น specialist ที่มาช่วยตรวจ ช่วย
 analyze ผลให้ จะไม่สอนแบบลงมือทำให้ดู แต่ข้อดีคือ ทำให้นศ.เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
(เครียด หน้าแก่?) แพลนงานต่างๆได้เอง คิดได้เอง ฝึกงานไม่ใช่แค่ Lab แต่ทำตั้งกะ
สากกะเบือยันเรือรบ (สั่งของ ซื้อของ เช็คราคา คุยกับเซล ตรวจราคา ล้างของ จัด Lab
รวมทั้ง แปลเอกสารเป็นไทยให้อาจารย์ - -") แต่อย่างไรที่นี่ก็ถือว่าเป็นที่ที่ให้โอกาส
ได้เรียน ได้ทำงาน ได้ซุกหัวนอน(บางครั้ง)ได้ตังค์ใช้ ได้เสียตังค์ และได้ความรู้ ได้ฝึกภาษา
จะได้เอาไปทำมาหากินในอนาคต เพราะฉะนั้นอีกประมาณ 3-4 ปีถัดไป ก็ยังต้องขอฝาก
เนื้อฝากตัวด้วยเหมียนเดิมนะเจ้าคะ IMBG
 
4月29日

My sexy girls

 
My sexy girls
 
หน้าร้อนแล้ว เห็นสาวๆต่างพากันเฮโลมาถ่ายแบบ sexy ให้นิตยสาร
กันจ้าละหวั่น และเนื่องจากว่าช่วงนี้เรากำลังล้างรูปในเครื่องอยู่ ก็เลย
เจอ collection รูปสาวๆที่เก็บไว้ เลยเอามาอวดให้ดูสักกะหน่อยว่าไอ้
ที่ว่า sexy ของรัชนูนั้น มันเป็นแบบไหนกัน

 
 Image Hosted by ImageShack.us

หนูพลอย จัดเป็นสุดยอดหุ่นสวยในฝันของเจ๊เลย เพราะว่าจะชอบผู้หญิงที่มีอก
เอว สะโพกพร้อมแบบนี้ ไม่แห้ง ไม่อวบเทอะทะ แต่กะลังเต็มมือได้ที่ (แฮ่.....)
อันนี้ถ่ายมาจากเล่มไหนจำไม่ได้แล้ว เสียดายไม่มีไฟล์ชัดๆ บิกินนี่สีเนื้ออมทอง
กับผิวสีทรายของหนูนั้น งามสุดๆ บอกไม่ถูก ดูกี่ทีก็เพลินอ่ะค่ะเซตนี้

 Image Hosted by ImageShack.us

ปกติไม่เคยนึกชอบสาวหมวยเลย เพราะว่าส่วนใหญ่มักหน้าตาจืดชืด
แต่ว่าเซตนี้ต้องยกความดีให้สไตลิสต์แล้วก็ช่างภาพของ In Mag เพราะว่า
ถ่ายหนูแพนเค้กออกมาได้สวยมากกกกกก ใสมากกกกกก แถมยังรู้จัก
จับภาพให้เซ็กซี่เย้ายวนได้อย่างไม่ต้องเบ่งกันมากกันมายอีกด้วย ปกติจะคลั่งไคล้
ผู้หญิงในเชิ๊ตขาวอยู่แล้ว พอหนูแกมาอวดเอวบางๆ ในเชิ๊ตขาวกับยีนส์แบบนี้
อดใจเซฟไว้ไม่ได้เชียวค่ะ

Image Hosted by ImageShack.us

ส่วนคนนี้ใครก็ไม่รู้อ่ะค่ะ รู้แต่ชอบหุ่นกับท่าเธอเลยเซฟมา รู้สึกว่าจะเป็นงาน
ที่ไม่ใช่ระดับเกรด A นัก แต่ก็ถ่ายออกมาได้ดีพอควรเลย แสงกับเงาที่จัดมาก็ใช้ได้
ถ้าจะดูงานแนวโลว์ๆหน่อย ก็อยากให้ออกมาเป็นแบบี้มากกว่าเน้นไปที่เรื่องนั้น
อย่างเดียวอ่ะนะ

 

Image Hosted by ImageShack.us Image Hosted by ImageShack.us

เอาใจสมาคมโลลิกันบ้าง ด้วยภาพชวนติดตาราง สวยใสแบบเด็กๆ ภาพแรกลูกสาว
ใครไม่รู้ รู้แต่อีหนูสวยใสไร้เดียงสา แต่พอมาโดนน้ำเปียกๆแบบนี้มันก็เลยทั้งใสทั้ง
ยั่วใจ บอกไม่ถูก ส่วนอีกหนูก็คือ น้อง บี มาติกา ปกติหนูแกจะดูงั้นๆ แต่เล่มนี้
In Mag ก็ถ่ายมาสวยอีกแล้ว หลังเนียนๆ กับเสื้อบางๆ ดูสวยยวนตาดี จริงป่ะ?

Image Hosted by ImageShack.us 

ถึงจะเป็นป้าแล้ว แต่ลูกเกดคนนี้ก็ยังมีดีนะจะบอกให้ ที่ผ่านๆมาเคยเห็นลูกเกด
ถ่ายทำนองนี้มาตั้งหลายเซ็ต (ตั้งกะตะปิ้งปี 2000 นั่นแน่ะ) เปิดมากกว่านี้ก็เคย
เห็นมาแล้ว แต่ไงๆก็ไม่เท่าเซตนี้ หุ่นเจ๊แบบว่ายังกะกลับไปเป็นเด็กสาวๆเลยอ่ะ
สวยใสไร้ที่ติจริงๆ สมกับทำชุดชั้นในขาย ละสายตาไม่ได้เลยชุดนี้ อก เอว สะโพก
ได้ใจมาก สวยจนน่าเอาลงปกจริงๆ แต่ขอโทษที ที่กางเกงชั้นในมันเล็กไปหน่อยอ่ะค่ะ
เอาลงปกก็แบบว่าน่าะเกรงใจเยาวชนมั่งน้อ แต่ยังไงลูกเกดก็ perfect จริงๆค่ะเซ็ตนี้

Image Hosted by ImageShack.us   Image Hosted by ImageShack.us

อันนี้เป็น sexy แบบไฮโซ หนูอั้มมาในมาดคุณสาวไฮโซสุดเซ็ก...เซ็ตนี้บอกตรงๆ
ว่าอั้มแต่งตัวได้ใจมาก ชุดราตรีผ่ากลางอกแบบนี้ เหมาะกับคนรูปร่างและอกสวยๆ
อย่างหนูมาก เพราะถ้าอวบอึ๋มก็จะดูเป็นอนาจาร แต่ถ้าแบนแต๊บก็จะดูอนาถไปซะ
อีก เสื้อตัวนี้ไม่ต้องใส่ชั้นในให้รำคาญตาเลยค่ะ โชว์หลัง และร่องอกเต็มที่เลย
ใครคิดจะเซ็กซี่แบบไฮโซน่าค้นหา จำแพทเทิร์นแบบนี้ไว้นะคะ อ้อ...อีกอย่างที่ชอบใจ
คือดวงตาค่ะ แต่งมาได้สวยมีเสน่ห์เข้ากับชุดมาก ยิ่งดูยิ่งสงสัยว่าไหงอั้มไม่เอา
ไปเป็นตัวอย่างเวลาแต่งตัวออกงานบ้างหว่า เห็นหนูแต่งมากี่ชุด โป๊อย่างเดียว
อย่างอื่นไม่ผ่านเลยหนูเอ๊ยยย


Image Hosted by ImageShack.us

แน่นอน ปิดท้ายด้วยสาวสวยในฝันอันดับหนึ่งของเจ้ น้องยูนะ อิโต้
ปกติแล้วอีหนูก็ไม่ใช่คนเซ็กซี่อย่างเด่นชัด อย่างแม่โคดะ คุมิ แต่อีหนูของเจ้
จะออกแนวผู้ดี คุณหนู ไฮโซมากกว่า ดังนั้นเมื่อคิดจะเซ็กซี่หนูเลยออกมา
ในรูปแบบเซ็กซี่ไฮโซอย่างนี้แล อันนี้เป็นภาพจาก MV losin' ซึ่งเป็น MV ตัวที่
เซ็กซี่ที่สุดของยูนะเลยก็ว่าได้ ซึ่งเจ้เองก็ชอบ MV ตัวนี้มาก โดยเฉพาะช็อต
ที่หนูสวมชุดราตรีสีแดงสด ตัดกับผิวผ่อง นอนเลื้อยไปกับกระจกกลางป่าเขียว
นี่มันงามจริงๆให้ดิ้นตายเถอะจอร์จ (น่า cap ทำ wall ชะมัด) ชุดแบบนี้ขอแค่
ผิวสวยๆ กับดวงตางามๆ ก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องหาเครื่องประดับมาให้ยุ่งยาก
เป็นลิเกไป งามสุดๆไปเลยอีหนูจ๋าาาาา มี 10 ให้เต็ม 11 เลย เพราะบวกคะแนน
พิศวาสอีกหนึ่ง หุๆ

4月19日

up ข่าวตนเอง

 
up ข่าวตนเอง
 
คิดว่าปีใหม่ไทยทั้งทีแล้ว เค้าก็ควรจะมาอัพเดตความคืบหน้าของตัวเองบ้าง
ว่าตอนนี้ชีวิตเป็นยังไง เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ blog ตัวเอง (ตรงไหนฟะ?)
 
ความเป็นอยู่
ตอนนี้เรามีรูมเมท 3 คน อยู่สถาบันเดียวกัน 2 อีกหนึ่งคนเป็นน้องป.ตรี
ซึ่งบางทีขี่รถสวนกัน จนน้องเรียกถึงจะจำได้ว่า นี่มันรูมเมทกรูนี่หว่า (- -")
 
อาหารการกิน
เบื่อกับข้าวอย่างแรง หน้าร้อนน่ะ ทานอะไรไม่ค่อยลง มันอยากโอ้กกกก
อยากกินแต่อะไรที่มันอมเปรี้ยวอมหวาน.....(หรือจามีน้อง......>///<)
 
ฟามรัก
ยังหวานชื่นกับท่านจิ๊(แฟน) ท่านรอย(ชู้รัก) และทามะ(ของหวาน)ทุกเวลา
2D จงเจริญ...เย้
 
การเรียน
ใกล้ progress แล้ว แต่งานไม่ค่อยคืบเลย ฮือๆๆๆๆๆๆ ทำไงดี
 
กายภาพ
ตอนนี้บวมแป้งมาก(คล้ายบวมเหล้า) เป็นหวัดบ่อยเพราะนอนน้อยไป
โดน E.coli lysate กระเด็นเข้าตาไป 2 ที ต้องแจ้นไปให้หมอล้างตาข้าง
ละเป็นลิตร มีแพลนจะเข้าฟิตเนตเร็วๆนี้ เพราะพุงยื่นเหลือเกิน และ
ตอนนี้ตัดผมสั้นติดหัวจุ๊ดจู๋เลยจ้า (โดนทักว่านึกว่าเป็นเด็กผู้ชายมาแล้วเมื่อเร็วๆนี้)
 
อนาคตอันใกล้
จบให้ได้ภายในอีกเทอม และกำลังคิดเรื่องชีวิตในกาลภายหน้าอย่าง
ขะมักเขม้น
4月8日

NANA2 : The original soundtracks

 
NANA2 : The original soundtracks
 
วันนี้ก็ได้ฤกษ์มา up เพลงของ NANA2 ตามสัญญา หลังจากที่หายไป
หลายวัน อย่างที่รู้กันว่าหนังหรือว่าการ์ตูนเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับดนตรี
ดังนั้น เพลงประกอบก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตัวหนัง ซึ่งส่วน
หนึ่งที่ทำให้หนังภาค 1 ประสบความสำเร็จก็คือเพลงประกอบนี่แหล่ะ
มาดูดีกว่าว่าภาค 2 นี่จะเป็นอย่างไรบ้าง
 
 Blackstones (NANA starring Mika Nakashima)
 
 

      Image Hosted by ImageShack.us

      Hitoiro 2006                                               The End 2006

                                            Glamorous sky
                                   My Medicine
                                   Hitoiro
                                   Eye for the moon
                                   Hitoiro (Alternative version)

                            [อยากได้จิ้มที่ชื่อเพลง download ได้เลย]

หลังจากที่ได้ป๋า Hyde แห่ง L'arc~en~ciel มาตีโจทย์เพลงภาคแรกซะแตก
ดังโพละ ส่งให้ Glamorous sky ติดอันดับ 1 โอเรกอนชาร์ท ฮิตระเบิดไปทั่วบ้าน
ทั่วเมืองญี่ปุ่น มาภาคนี้เปลี่ยนจากป๋า Hyde มาใช้บริการคุณทาคุโร่ แห่งวง Glay
กันบ้าง Hitoiro หรือ One color เป็น single เปิดตัวหนังภาค 2 และเป็น Ending
theme song ด้วย ครั้งแรกที่ได้ฟัง นี่ถึงกับผิดคาดเลยทีเดียว เพราะนึกว่าจะได้ฟัง
pop-rock หรือ alternative rock สุดมันส์ในแนวแบบ Glamorous sky ซะอีก ค่าที่
NANA ภาคนี้เธอต้อง debut เปิดตัววงครั้งแรกกับสาธารณะชน ดังนั้นเพลงภาคนี้
จึงเป็นอะไรที่คาดหวังมากกว่าภาค 1 ด้วยซ้ำ เพราะต้องสามารถตรึงคนดูกว่าสอง
พันคนในย่านชินจูกุให้ได้! แต่ Hitoiro กลับมาในแนวบัลลาด เฉย~~~ (- -") จะว่าเพราะ
มันก็เพราะอ่ะนะ แต่พลังในการติดหู และตรึงคนนั้นสู้ Glamorous sky ไม่ได้เลย
แต่จะไปว่าคุณทาคุโร่แกว่าไม่เซียนเท่าป๋า Hyde ก็ไม่ได้ เข้าใจว่าเป็นเพราะภาคนี้
ตัวหนังไปเน้นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างฮาจิและนานะแทน เพลงนี้จึงเป็นตัวแทน
ความรู้สึกหม่นหมองในใจของนานะที่ส่งถึงฮาจิ แทนที่จะเป็นความหวังและพลังใจ
อย่างในภาคแรก

อีก single ที่ส่งมาคือ Eye for the moon ซึ่งเป็นเพลงที่วง Blackstones เล่นในไลฟ์จน
ไปกระทบตาแมวมองเข้าอย่างจัง จนได้ออก debut album เพลงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเพลง
แป๊ก เช่นกัน (- -") เพราะว่ามันพอฟังได้อ่ะ แต่ไม่สุดโต่ง แต่พอไปฟังในหนังแล้วก็
OK ระดับหนึ่งนะ อาจจะเป็นเพราะ sound ในโรง มันทำให้เกิดบรรยากาศ live ขึ้นมาก็ได้

สำหรับอัลบั้มเพลงประกอบ NANA2 โดย NANA starring Mika Nakashima นี้ ปล่อย
ออกมาทั้งหมด 2 ตัว ตัวแรกเป็น single มี 2 Tracks คือ Hitoiro และ Eye for the moon
และก็ตามติดมาด้วยอัลบั้มเต็ม คือ The End ซึ่งเปรียบเสมือนอัลบั้มเต็มของวง
Blackstones ด้วย ประกอบไปด้วย 11 tracks เต็มๆ มีทั้งเพลงภาคแรกและภาค2 รวม
ทั้งเพลงใหม่อื่นๆ อีก จัดเป็นอีกอัลบั้มน่าเก็บเลยสำหรับคนชอบ pop-rock, alternative-rock
เพราะฟังเพลิน ติดหูมากๆ track ใหม่นี่เราชอบ BLOWING OUT กับ REAL WORLD อ่ะ
มันส์ดี

entry นี้จะ up ให้แค่ 5 tracks ตามข้างบนนะคะ เป็นเพลงทั้งของภาคแรกและภาค 2 คัดมา
เฉพาะที่เปิดในหนังเท่านั้น เพราะว่าอัลบั้มเต็ม The end นี้มีวางจำหน่ายในไทยค่ะ
ราคาก็ประมาณ 380-399 หาได้ตามร้านใหญ่ๆ หรือ B2S ก็ได้ เราว่าซื้อแล้วคุ้มอ่ะ
สำหรับคนชอบมิกะ นานะ และ J-rock ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

     Image Hosted by ImageShack.us

    Blackstones จากลายเส้นของ ไอ ยาซาว่า

       Image Hosted by ImageShack.us   มิกะ ในมาด โอซากิ นานะ งามแต๊ๆ

       Image Hosted by ImageShack.us

       คอนเสิร์ต Blackstones จากภาคแรก

     Image Hosted by ImageShack.us

     Blackstones สมัยที่เรนยังอยู่ในวง

       Image Hosted by ImageShack.us

        ไลฟ์คอนเสริ์ตที่ทำให้เตะตาแมวมอง

      Image Hosted by ImageShack.us

        คอนเสิร์ตเปิดตัววงที่ชินจูกุ     

      Image Hosted by ImageShack.us โปสเตอร์ Blackstones เครดิต : คุณ ARIMI

   Trapnest (Reira starring Yuna Ito)

      Image Hosted by ImageShack.us

      Endless story 2005                                     Truth 2006

                                Endless story
                                Journey
                                Truth
                                Take me away 

                   [อยากได้จิ้มที่ชื่อเพลง download ได้เลย]

อีกหนึ่งวงที่ขาดมิได้เลยเชียวสำหรับหนังเรื่องนี้ก็คือ Trapnest ซึ่งถือเป็นวงคู่แข่ง
ของ Blackstones ใน NANA'S WORLD ภาคที่แล้วเพราะเพลงประกอบของวงอย่าง
Endless story ที่ไพเราะ กินใจ เรียกน้ำตา อย่างท่วมท้น (เว่อร์......) ส่งให้ทั้งเพลง
และทั้งคนร้องอย่าง Yuna Ito แจ้งเกิดในวงการบันเทิงญี่ปุ่นอย่างสวยงาม ซิวรางวัล
เพลงแห่งปี และนักร้องหน้าใหม่ยอดเยี่ยมมาครองอีกด้วย เราเองสารภาพว่า
ฟังมาเป็นปีๆแล้ว ยังไม่เบื่อเพลงนี้สักทีเลยทีเดียว มาภาคนี้ ทาง Trapnest ส่ง
single Truth มาแทนใจเรร่า (ในการ์ตูนจะเป็น Trust) ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้ติดหูมากมายเท่า
Endless story แต่ Truth กลับเข้าใกล้ความเป็น Trapnest มากที่สุด ด้วยแนวเพลง
บัลลาด-pop-rock และพลังเสียงของยูนะที่โชว์ให้เห็นถึงพัฒนาการหลังจากหายไป
หนึ่งปีสำหรับการรับบทเป็นเรร่า แถมกลับมาคราวนี้ใน PV เปิดตัวเพลงนี้ ทางกองหนัง
ยังถ่อกันไปถ่ายทำถึงปราสาทในสกอตแลนด์ ให้สมกับบทในการ์ตูนที่ Trapnest ต้อง
หนีความวุ่นวายไปถ่าย PV ถึงอังกฤษ แฟนๆการ์ตูนจึงได้เห็นเรร่าสุดสวยราวกับ
หลุดออกมาจากการ์ตูนจริงๆ สวมชุดแต่งงานร้องเพลงอยู่ริมทะเลสาบ โดยมีปราสาท
เป็น background อลังการสมเป็น Trapnest สุดๆ

ใน entry นี้ สำหรับ Trapnest แล้วจะ up ให้ทั้งหมดทั้งภาคแรกและภาค 2 เพราะ
เห็นแฟนเพลงวงนี้บ่นกันอู้เลยใน pantip ว่าหาซื้อยาก เพราะไม่มีวางในไทย และ
อัลบั้มเต็มก็ไม่มี เพราะว่าวงนี้ตัดเป็นแค่ single ค่ะ single แรกคือ Endless story
ซึ่งมีเพลง Endless story และ Journey ส่วนภาค 2 คือ single Truth ก็จะมีเพลง
Truth และ Take me away ค่ะ

     Image Hosted by ImageShack.us

     Trapnest จากลายเส้นของ ไอ ยาซาว่า

     Image Hosted by ImageShack.us

         Trapnest ภาคแรก

     Image Hosted by ImageShack.us CD Trapnest ที่วางในร้าน เหมือนวงจริงๆเลย

     Image Hosted by ImageShack.us

       เปิดตัว Yuna Ito ในบท เซริซาวะ เรร่า จากภาค 1 งามสุดๆ <3 <3 <3

      Image Hosted by ImageShack.us

       ยูนะ ในบท เรร่า จาก PV Truth ในภาค 2 ยังคงสวยแบบไม่เกรงใจใครเช่นเคย (ผมหยิกงามได้ใจมั่กๆ)

      Image Hosted by ImageShack.us  Trapnest ภาค 2

      Image Hosted by ImageShack.us

      เจ้าหญิงเรร่า กับฉาก PV สุดอลังในสก๊อตแลนด์

      Image Hosted by ImageShack.us

      รวมสมาชิกวงภาค 2

      Image Hosted by ImageShack.us

      โปสเตอร์ภาค 2 ค่า

3月31日

My new wall >///<

 
My new wall >///<
 
วันนี้เข้ามาเฉยๆ ว่าจะมา up เพลง NANA2 ให้แต่ยังไม่มีเวลาเลย
เพราะว่าต้องเขียนรายงาน progress แต่ว่าทำไปๆ ชักง่วงอ่ะ
เวลาต้อง align sequences ทีไรมันจะต้องเป็นยังงี้ทุกที - -"
AGCT...AGCT...AGCT.....แล้วก็ คร่อก.....ไปเลย กาแฟก็เอาไม่อยู่
 
แต่ว่า wallpaper อันใหม่นี่ มันก็ช่วยได้เยอะเหมือนกันนะ
 
     Image Hosted by ImageShack.us
     เครดิตรูปทามะ : Poko-Himawari
 
หล่อสุดๆ <3 <3 <3 
จ้องนานๆชักจะเขินนนนแล้วนะเนี่ย >///<
 
3月28日

NANA2 : The movie

 
NANA2 : The movie

วันเสาร์ที่ผ่านมาไปดู NANA2มา หลังจากรอมานาน พอหนังเข้า เลยต้องรีบหาเวลาว่างแจ้น
ไปดู และก็เหมือนทุกครั้งที่อยากดูหนังญี่ปุ่น ต้องทำสิ่งที่ฝืนใจอีกแล้ว คือการเข้าเมือง
ไปสยามนี่แหล่ะ เพราะไอ้ครั้นจะดูแถวนี้ ก็คงมีแต่แบบพากย์ เมื่อไม่อยากฟังเสียง
พากย์ให้ระคายหู ก็เลยจำใจต้องถ่อไปที่สยามแทบทุกครั้ง ทั้งที่เป็นคนเกลียดการไปสยาม
มาก-มากที่สุด (ฮึ่มมมม)
 
หลังจากนั่งดูไปจนจบแล้ว ก็พบว่าภาคนี้ทำเอาดิฉัน น้ำตาเช็ดหัวเข่าเป็นที่สุด
 
น้องเรร่าของเค้าออกน้อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
 
ทามมายยยยยยยยยยยยย ทามมายยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ทามมายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
 
ฮือๆๆๆๆ ชีช้ำกะหล่ำปลีเป็นที่สุด ทำกันได้ คนเค้าอุตส่าห์หวังว่าภาคนี้จะได้ดูหน้า
งามๆ เสียงเพราะๆของน้องยูนะ ให้ฉ่ำใจซักกะหน่อย ดันมาดับฝันเค้าซะอนาถเลย
น้องแกโผล่มาให้เห็นอยู่ 3 ฉาก กับบทพูด 3 ประโยค เป็น MV ไปซะหนึ่ง นอกนั้น
มาหรอมแหรม หรอมแหรม จนใจหาย
 
ทั้งๆที่อุตส่าห์ดีใจตอนเห็น PV Truth เมื่อปลายปีที่แล้ว เรร่างามมั่กๆ สวยจนหลงเลย
เพลงก็เพราะโคตร ถ่ายมาซะงามอลัง จนเราแอบคิดว่าภาคนี้อีหนูแกต้องแอบออก
มากขึ้นอีกติ๊ดจากภาคที่แล้ว
 
แล้วไหงทำกันแบบนี้หา !!!!! คุณโอทานิ (ผู้กำกับ)
 
เออ...เอาเหอะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว กลับมาที่ตัวหนังบ้างแล้วกัน ภาคนี้ก็จะเป็นตอนต่อ
จากภาคที่แล้ว
 
ตัวหนังจะมุ่งไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างนานะ กับ ฮาจิ แล้วก็ตัวเรื่องราวความรัก
ของฮาจิเอง มากกว่าเรื่องดนตรีและการทำตามฝันเหมือนภาคแรก

เท่าที่ดู ตัวหนังไม่ได้เลวร้ายอะไร เต็ม 10 ก็ให้ 7-8 เพียงแต่ว่าความน่าประทับใจ
ไม่เท่าภาคแรก
 
อันนี้ก็ไม่ทราบว่าเกิดจากบทมันเองหรือเปล่า ที่ต้องเน้นให้เห็นความหม่นขนาดนี้
หรือไม่ก็อาจจะที่ตัวนักแสดงเองด้วย
 
อย่างที่ทราบกันว่าภาคนี้เปลี่ยนตัวนักแสดงหลักๆ 3 คนก็คือ เรน ชิน แล้วก็ ฮาจิ
ยูอิ ที่มารับบทแทน อาโออิจากภาคแรก นั้น บอกตรงๆว่า เธอยังไม่ใช่สำหรับการ
เป็นฮาจิ สำหรับบทที่เป็นดราม่าเธอก็ทำได้ไม่เลวร้ายอะไร แต่บทที่ต้องแสดง
ให้เห็นถึงความจริงใจ น่ารัก สดใส ตามแบบฮาจิ นั้นสลดมาก เพราะดูยังไง
ยูอิก็ทำไม่ได้ และไม่ใช่
 
เมื่อไปเทียบกับอาโออิ ที่น่ารักกว่า (แล้วก็ดังกว่าด้วย) ฮาจิภาคนี้เลยแป๊กสนิท
แต่ถ้าให้พูดตรงๆสำหรับเราแล้ว ทั้ง 2 คนก็ยังไม่ใช่ฮาจิ ฮาจิสำหรับเราแล้ว
ไม่ใช่ผู้หญิงใสซื่อ น่ารัก และไร้เดียงสามากมายอะไร (Esp.เรื่องผู้ชายอ่ะนะ)
แต่สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของฮาจิ ก็คือ ความจริงใจ  น้ำใจ แล้วก็ความเอาใจใส่ที่มี
ต่อคนรอบข้าง (ซึ่งถือเป็นของหายากในสังคมปัจจุบัน) ทำให้ผู้หญิงธรรมดาๆ
อย่างฮาจิดูน่ารัก แล้วนอกจากนั้นฮาจิก็ยังต้องให้ความรู้สึกที่ดูแด๊ะๆ หน่อย
แบบผู้หญิงช่างฝัน ช่างจ้อ ขี้เม้าท์ อยากรู้อยากเห็น อะไรทำนองนั้น
 
ดังนั้นอาโออิ (ฮาจิภาคแรก) สำหรับเราแล้ว เธอก็เลยดูน่ารัก เป็นเด็กอ่อนต่อโลก
ไป ส่วนยูอิ นี่หน้าตาก็ดูหม่น กร้านโลกมากไป
 
ช่างไม่มีความพอดีเอาซะเลยน้อ....
 
มาที่มิกะบ้าง ภาคนี้เธอก็ยังคงเป็นนานะที่ perfect เหมือนเดิม จริงๆนะเออ...
ยังกะมิกะนี่เกิดมาเพื่อเล่นเป็น โอซากิ นานะ จริงๆ หน้า หุ่น ความสามารถเรื่อง
การร้องเพลง+การแสดง ใช่หมดเลย ปกติเราไม่ชอบผู้หญิงแต่งหน้าจัดเลย
แต่ขอยกเว้นแม่นานะพังค์นี่ไว้สักคนเต๊อะ เพราะถ้านานะ ไม่ปากแดงสด
ทาตาดำจัด ขนตาเด้ง ก็ไม่ใช่นานะน่ะเซ่ มิกะแต่งหน้าแบบนี้ขึ้นจริงๆ ดูซะเพลิน
(ถ้าเป็นคนอื่นจากสวยๆ อาจเป็นสยองได้ หายากมาก ผู้หญิงแต่งหน้าจัดสุดๆ
แล้วดูดีเนี่ย)
 
ส่วนฟากฝ่ายชาย ทั้งทาคุมิ โนบุ ยาสุ นี่ได้ใจหมดเลย 3 คนนี้เล่นได้ดีมาก
โดยเฉพาะโนบุ โนริมิยะ เล่นดีขึ้นกว่าภาคแรกมาก อาจจะเป็นเพราะบทส่งด้วยก็ได้
ฉากที่เราชอบเลยเป็นฉากที่มีโนบุอยู่ทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ฮาจิไปหาโนบุที่
ร้านแผ่นเสียง(อันนี้โนบุตลกมาก) ฉากสารภาพรักฮาจิ ฉากกับทาคุมิ และที่สุดๆ
คงเป็นฉากกับนานะ เล่นเอาเราน้ำตาซึมเลย ซึ้งไปกับความเป็นเพื่อนที่แชร์ความ
รู้สึกกันของทั้งสองคนนี้น่ะ
 
ทาคุมิ ไม่พูดถึงคงไม่ได้ใช่ไหมคนนี้ เพราะภาคนี้มีบทเยอะเหลือเกิ๊น ทามาเท็ตสึ
เหมาะกับบททาคุมิมาก คือ หล่อ เลว ดูอันตราย แต่ก็มีเสน่ห์แปลกๆ แบบที่ยากจะ
ปฏิเสธ (เอิ๊กกก ว่าแล้วก็พอเข้าใจฮาจิละ อิๆ) ทำเอาเจ้แอบปาดน้ำลายไปก็หลาย
ช็อต ฉากที่นั่งอยู่บนรถกับฮาจิ เนี่ย ทำเอาเราเขินเลยนะ (เอ็งไม่ใช่ฮาจินะเฮ้ย)
ทามาเท็ตสึสื่อตัวตนทาคุมิได้ดี โดยเฉพาะแววตานิ่งๆ มั่นๆ แบบคนที่มั่นใจใน
ความคิดของตัวเองนี่แหล่ะ ทาคุมิสุดๆเลย หน้าตาเค้าก็เหมือนด้วย เลยดูเฮีย
แกเพลินไปซะ (นอกใจทามะเซมไปอีกแล้ว เค้าขอโต๊ดน้า เดี๋ยวคืนนี้อยู่ด้วยเป็นการไถ่โทษ)
 
ส่วนแป๊กสุดๆฝ่ายชาย ไม่ใช่ใครเลย พระเอกจากภาคที่แล้ว คือ เรนนี่แหล่ะ
มาภาคนี้บทก็น้อย ดูห่างๆเหินๆ ยังกะไม่ใช่แฟนนานะ แถมเคียว โนบุโอะ
ที่รับบทเป็นเรน คนใหม่ ก็ยังไม่ใช่ พูดตรงๆนะว่าเค้าไม่มีสง่าราศีความเป็น
นักดนตรี หรือว่า superstar เลย ฮนโจ เรนนั้น ในการ์ตูนถือเป็นจุดขายของวง
คู่กับเรร่าเลยก็ว่าได้ มีแฟนคลั่งไคล้มากกว่าทาคุมิซะอีก เพราะเรนดูเป็นคน
ลึกลับ หน้าตาดี แถมฝีมือกีตาร์ก็ระดับเทพอีกต่างหาก แต่คุณเคียว นี่พี่แก
เล่นกีต้าร์แล้วดู fake มากๆเลยอ่ะ ทามาเท็ตสึที่เล่นเบส ยังจับเบสแล้วดูเนียน
คล่องกว่ามาก
 
ยิ่งนั่งดูเรนนะ ก็ชักเกิดคามคิดแว้บๆมาว่า ถ้าทามะเซมไปของเรามาเล่นแทนล่ะ
จะเป็นไง ทามะน่าจะรับบทเป็นเรนได้ดี เพราะเรนจะมีทั้งความอ่อนไหว และความ
ลึกลับอยู่ในตัว คิดว่าทามะน่าจะสื่อออกมาได้ดีแน่ๆ คาแรคเตอร์ก็ได้ เรื่องกีต้าร์
ยิ่งไม่น่าจะมีปัญญหาใหญ่ อย่างน้อยทามะก็คุ้นกับมันมากพอ จากงานเพลง
แล้วก็คอนเสิร์ตของตัวเอง ยิ่งดูจากที่ทามะเล่น Rockers มาแล้ว ยิ่งอยากให้มา
เป็นเรนคู่กับมิกะจังเลย (โอ้ววววว ทามะ VS มิกะ แค่จิ้นก็บรรเจิดแล้ว เอาเลิฟซีน
เยอะๆเลยน้า)
 
ส่วนหนูชิน ก็เปลี่ยนจากพ่อ L จากภาคแล้วเป็น ฮนโก คานาตะ พระเอกจาก
Prince of tennis พ่อหนูแกก็น่ารักดี แต่ก็ไม่ใช่ชินอยู่ดี เพราดูเด็กมากไป
ชินควรจะน่ารักแพรวพราวกว่านี้ ไม่งั้นสาวเล็กสาวใหญ่ในเรื่อง ไม่แห่กันมา
เป็นลูกค้าพ่อหนูแกหรอก แต่ถ้าเป็นชินคนนี้ล่ะก้อ แทนที่จะหลอกป้า กลับโดน
ป้าหลอกเอาแน่ๆ เด็กเกิ๊น ใช้การมะได้.....(แล้วจะใช้ทำอะไร?)
 

   Image Hosted by ImageShack.us

   รวมนักแสดงนำภาค 2

Image Hosted by ImageShack.us

      นานะ กับเจ้าฮาจิ (อาโออิ) จากภาคแรก

     Image Hosted by ImageShack.us

        นานะ กับเจ้าฮาจิ (ยูอิ) ในภาค 2

     Image Hosted by ImageShack.us

          ยูอิ ในบทนานะ(ฮาจิ)

     Image Hosted by ImageShack.us

         ฉากเทศกาลทานาบาตะ ณ ห้อง707

     Image Hosted by ImageShack.us

         ชินจังคนใหม่ กับโนบุคนเดิม

     Image Hosted by ImageShack.us

        นานะกับแก้วลายสตอเบอรี่ ของรักของฮาจิ

     Image Hosted by ImageShack.us

       ทามาเท็ตสึในบท ทาคุมิ (ผู้ชายใจร้ายยยยยยย >///<)

    Image Hosted by ImageShack.us

    Trapnest กับการถ่าย promotion poster ในหนังยูนะใส่ชุดนี้เป็นเรร่า ถ่าย VTR ของวงในงานเลี้ยง น่ารักมั่กๆ

     Image Hosted by ImageShack.us

     ฉากงานเลี้ยง Trapnest ที่ชินสาดน้ำใส่ทาคุมิ อีกหนึ่งฉากที่ได้เห็นเรร่า (น่าร๊ากกกกก อีกแย้ว >_<)

    Image Hosted by ImageShack.us

     เบื้องหลังฉากที่เรร่าแซวทาคุมิเรื่องสเตลล่า กิ๊กสาวผมทองของทาคุมิ

    Image Hosted by ImageShack.us

    ส่วนในหนังก็จะเป็นแบบนี้ เรร่ากำลังเขียนชื่อสเตลล่าบนกระจก (เรร่าผมสวยจัง น่าจะหันหน้ามาหน่อยน้า)

โฮๆๆๆๆๆๆๆ เจ็บใจง่า เค้าได้เห็นน้องเรร่าออกแค่นี้เองจริงๆ ที่เหลือก็เป็น MV ซะ
(เปิดน้อยอีกต่างหาก) เสียจายยยยย เค้าเสียจายยยยยยยย T_T

ไหนๆก็เจ็บใจแล้ว entry นี้เลยใส่เพลงใน blog เป็นเพลง Truth ที่เรร่าร้องซะเลย
ตอนนี้ชอบเพลงนี้มากเลย ยิ่งอ่านความหมายยิ่งชอบใหญ่ ส่วนใครอยากดู MV
เชิญจิ้มได้ที่ Youtube ด้านบน MV สวยงามอลังการมั่กๆ สมกับเป็นวง Trapnest จริงๆ
แถมได้เห็นหน้าน้องยูนะมากกว่าในหนังอีก

entry หน้า จะ up เพลงของหนัง NANA2 ให้ ทั้งของมิกะแล้วก็ยูนะเลย เป็นของกำนัลให้
แก่คนรักนานะจ้า 
   

3月16日

Roy Mustang 2D ขวัญใจ คนใหม่ล่าสุดในสังกัด

 
Roy Mustang 2D ขวัญใจ คนใหม่ล่าสุดในสังกัด
 
ความจริงดิฉันมีเรื่องคั่งค้าง อยาก review อยู่หลายเรื่องมากไม่ว่าจะเป็น
Nodame ภาคดราม่า (หน้าที่แม่ยกที่ดี), เรื่องของทามะจัง (หน้าที่ศรีภรรเมียที่ดี)
แล้วยังกรุหนุ่มๆในสังกัดทั้ง 2D และ 3D อีก เฮ้ออออออ.......
แต่เนื่องจากภารกิจช่วงนี้รัดตัวอ้วนๆของดิฉันมาก ก็เลยมะค่อยมีเวลา review อะไรยาวๆเลย
ทั้งที่เขียนค้างไว้ใน notepad ก็เยอะ รอจัดการรูปอยู่ก็ยังไม่เสร็จ เลยไม่ได้เอาลงสักกะที
 
แต่ว่าตอนนี้น่ะสิเคอะ อะฮั้นมี 2D คนใหม่มาให้โฮกกกกกกกกกกกกกกกกันอีกแล้ว
 
สืบเนื่องมาจากได้ยินกิตติศัพท์ร่ำลือมานาน เกี่ยวกับ FMA (ไม่ใช่ FHM นะเฟ้ยยย)
หรือว่า Fullmetal Alchemist แขนกลคนแปรธาตุนั่นเอง
ตอนอนิเมออกก็ลองไปหยิบๆดมๆอยู่ติ๊ดนึง แล้วก็วาง
 
อีทีนี้ช่วงนี้ไม่มีการ์ตูนอ่าน แล้วเห็นว่า poko ซังแกพูดถึงท่านรอยบ่อยๆ
เลยขอยืมคุณพีมาอ่าน
 
ปรากฏว่า
ว้ายยยยยยยยยยยยยย
วี้ดดดดดดดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด
 
หนุกอ่ะค่ะ การ์ตูนหนุกมั่กๆ จะเป็นเรื่องราวของเอ็ด กับ อัล สองพี่น้องที่อาศัย
อยู่กับแม่ ทีนี้แม่เกิดตายไป ไอ้เจ้าสองตัวนี้ก็อยากจะใช้วิชาแปรธาตุสร้างแม่ขึ้นมาใหม่
แต่ปรากฏว่าพลาด
 
เอ็ดต้องเสียแขนไปหนึ่งข้าง
อัลต้องสูญเสียร่างกายทั้งหมดไป
เอ็ดจึงเอาขาอีกข้างเข้าแลก หลอมวิญญาณของอัลน้องชายประจุเอาไว้ในชุดเกราะ
อัลเลยไม่มีตัวตน มีแต่วิญญาณอาศัยอยู่ในชุดเกราะเท่านั้น
 
สองพี่น้องจึงสมัครเข้ากองทัพ เพื่อจะได้อาศัยสิทธิของนักแปรธาตุ
ของทางการทำการค้นคว้าวิจัยให้ตัวเองกลับสู่สภาพร่างกายปกติได้
 
ไอ้ที่ปิ๊งๆเนี่ย ไม่ใช่พ่อหนูเอ็ด กับหนูอัลหล่ะค่ะ
แต่เป็นคนนี้สิเคอะ คนนี้.........................

พันเอกรอย มัสแตง ฉายานักแปรธาตุอัคคี
นักแปรธาตุมือหนึ่งของกองทัพ
 
อุกรี๊ดดดดด ป๋ารอยทั้งเท่ห์ ทั้งหล่อ ได้ใจเลยอ่ะ แม้ว่าจะขี้เก๊ก
หน้าม้อมากมายก็ตาม แต่เวลาป๋าดุ ป๋าโหด ป๋าอ่อนไหว นี่.....
แทบละลาย บทจะติ๊งต๊องก็ขำกลิ้ง รั่วซะไม่มี
 
สมกับที่มี fangirls เป็นแสนจริงๆเลยนะเคอะป๋าขา
ตอนนี้ป๋าเลยกลายเป็น 2D ในสังกัดไปแล้วอีกหนึ่งค่ะ
 
อ้อเพลงใน blog นี่เอามาจากเพลงประกอบภาคอนิเมชั่นนะคะ
ที่เลือกมาเป็นเพลงของท่านรอยค่ะ คนที่พากษ์เสียงท่านรอย
เป็นคนร้องเอง ชื่อว่าเพลง Tsuki-no-uragawa หรือ เบื้องหลังของพระจันทร์ค่ะ
เป็นเพลงที่ให้อิมเมจท่านรอยดีมากๆ นี่เป็นความรู้สึกลึกๆของรอย มัสแตงค่ะ
ว่าการที่เขาตัดสินใจจะขึ้นเป็นใหญ่เป็นโตนั้น ต้องทำสิ่งที่ฝืนความรู้สึกมากมาย
อย่างเช่น การเข่นฆ่าผู้คนที่สงครามอิชวาลเป็นต้น
 
รอเป็นสตรีหมายเลข 1 อยู่นะค้าา ป๋าขา....
 
หมายเหตุ : เพื่อป้องกันความสับสน ขอสรุปสั้นๆดังนี้
                    ท่านจิอากิ = แฟนตัวจริง
                    ท่านรอย = ชู้รัก
                    ทามะจัง = ของขบเคี้ยว (เพราะยั่วน้ำลายเหลือเกิ๊นนน เอื๊อกกกกกก)
 
       Image Hosted by ImageShack.us
       เก๊าะคนมันหล่อ (อ๊างงงงงงงงงงงงงงงงงง)
 

       Image Hosted by ImageShack.us

      ยิ้มกระชากใจในตอนล่าสุด (เขิลลลลลลลลล >///<)

3月5日

I'm Here PV- The new single from Yuna Ito

 
I'm Here PV- The new single from Yuna Ito
 

         Image Hosted by ImageShack.us

       น้อง Yuna สุดสวยของเจ้ ได้ฤกษ์ปล่อย single ใหม่อีกแล้ว
       I'm Here เป็น single เบอร์ 7 ของน้องหนู และก็เป็นเพลง
       ประกอบหนังเรื่อง Unfair ด้วย เท่าที่ฟังมาสัก 2-3 รอบก็ชัก
       ติดใจซะแล้ว คราวนี้อีหนูมาในมาดสาว R&B เสื้อผ้า หน้าผม
       พร๊อพ เพริ๊บ พร้อม... ไม่มีที่ติ (ดูได้จาก promotion poster
       งามซะมิมี) แต่ MV นี่จิ  ไหงเสื้อผ้ามันไปคนละทางไงไม่รู้
       ชุดเกาะอกดำยัง OK แต่ไอ้ชุดดำแดงนั่น มันรุงรังไปนิดอ่ะหนู
       เวลาเต้นมันไม่เพรียว กระฉับกระเฉงเอาซะเลย แต่ก็ให้อภัย
       เพราะเพลงมันเพราะ! และหนูสวย! ขอชมอีกนิด ว่าเดี๋ยวนี้
       สายตาจิกได้ใจมากนะยะ ไปฝึกมาจากหนัง NANA 2 ใช่ม้าา
       จะรอดูเน้อ.....(ถึงรู้ว่าได้ออกตึ๋งนึงก็ตาม)


       [ใครใคร่ฟังจิ้มได้เลยที่ Youtube นะบัดnow]

3月1日

เม้าท์เรื่อยเปื่อย

 
เม้าท์เรื่อยเปื่อย
 
Thesis project

ช่วงนี้เป็นช่วงเร่ง Lab เพื่อต้อนรับฤดู eva ที่จะพัดผ่านมาอีกระลอก
วันอังคารที่ผ่านมา ไอ้เราก็อุตส่าห์เนียนลงไปใช้ French press ข้างล่าง
จะได้ยังไม่ต้องคุยกับอาจารย์
พอกลับขึ้นมาเจ้าแอร์ดันยื่นกระดาษให้ เป็นงานสัมนาวิชาการ
 
"พี่เตย....ดูเหมือนอาจารย์จะให้ส่ง poster"
"อ๋อ....บอกแอร์ใช่ป่ะ งั้นแอร์ก็ส่งดิ" นี่....เนียนมาก เฉไฉ ไม่ใช่เรื่องกรูสุดๆ
"อาจารย์บอก.....Both of you.....พี่เตย ก็ทั้งคู่แหล่ะ อย่ามา....."
 
เออ...จะอะไรกะตูนักหนาเนี่ย eva ก็ต้อง eva โปสเตอร์ก็ต้องส่ง
เป็นผลให้ช่วงนี้ เหนื่อยกาย+ใจสุดเพื่อเร่ง data
(จะเอาอะไรไปเสนอเขาดีล่ะเนี่ย -_-")
 
อย่างวันนี้ลองใช้ anion exchange เลยใช้เครื่อง Biorad ที่ทิ้งจมฝุ่นไว้
มานานตรง bench ร้างของ Lab (ความจริงไม่ร้าง แต่เจ้าของไม่อยู่นานมากแล้ว)
ไอ้เครื่องนี้ทำให้เรารู้สึกอยู่ 2 อย่าง

- อยากได้ notebook เพราะมันต้องเอา com ไปต่อดู peak protein
- อยากได้คนมาป้อนข้าวให้ตอนทำ Lab เพราะหิวข้าวมาก แต่จะไปก็ไม่ได้เพราะต้อง
   คอยเปลี่ยน tube เก็บ fraction ตลอด

ผลก็ป่วง peak ออกมาตึ่งหนึ่ง จะ run gel ดูก็ไม่ทัน เลยต้องเลื่อนไปพรุ่งนี้
 
ตกเย็น ไอ่ยะมานั่งหน้ามุ่ยเล่น com อยู่ (มาเล่น com ตูทำไมฟะ com เอ็งก็มี)
สอบถามก็ได้ความว่า กะลังปวดเฮดเรื่อง project อยู่เหมือนกัน
แถมต้องส่งโปสเตอร์งานเดียวกันด้วย
ซวยกันทั่ง wing ล่ะทีนี้.....
 
NANA 14 (spoiler alert!)

นานะ เล่ม 14 ออกแร้วววววววววววววววววววววววว
เล่มนี้เจ๊ไอ ใช้แส้แห่งความจริง โบยตีสาวๆซะเจ็บแสบแปลบปวดกันทั่วหน้า
ค่าที่หนุ่มๆในเรื่องแต่ละคน โชว์แง่มุมเบื้องหลังเบื้องลึก ที่ล้วนแล้วแต่มีกิเลส
ตัณหา และความอ่อนไหว ไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไป
อะไรไม่ร้ายเท่า ยาสุของดิฉันนี่จิ
 
มีหญิงหมกไว้ทำไมไม่บอกกกกกกก!!!
 
ช้ำใจสุดๆ ทั้งเรื่องอุตส่าห์กรี๊ดแต่พี่เหม่ง กับ ทาคุมิ ทาคุมิเจ้าชู้ก็พอจะเข้าใจ
เฮียเป็นของเฮียมางี้แต่ไหนแต่ไร (เป็นภรรยาเฮียต้องทำใจ!)
แต่พี่เหม่ง......นี่ดิ พี่เหม่งอ่ะ
เศร้าจายยยยยย T_T
(ไปซบอกล่ำๆ + 6packsงามๆของท่านจิ๊ร้องไห้ให้หนำใจดีก่า)
 
เล่มนี้แอบมีย้อนความรักความหลังระหว่างยาสุกับเรร่าด้วย
เรร่าตอนม.ปลาย อินโนเซนต์ น่ารักสุดๆ แล้วมุกจีบสาวของพี่เหม่ง
นี่เจ๋งมากกกกกกกกก
"ไม่เลวร้ายหรอก แค่ยาเสน่ห์น่ะ"
อุกรี๊ดดดดดด คิดได้ไงเนี่ยเพ่
เป็นเรร่าก็คงอึ้งกิมกี่ไปเหมือนกัน
อย่างยัตซังน่ะ ไม่ต้องใส่ ก็รักจะตายอยู่แล้วจ้าาาาาา >_<
 
อีกคู่ที่น่าสนใจคงเป็นยูริกับโนบุ
เป็นอุทธาหรณ์สอนใจสาวๆในวงการ AV ได้เป็นอย่างดี
"ถึงอยากเลิก แต่วิดิโอมันก็จะอยู่ไปตลอดชีวิต"
สาวๆในวงการบันเทิง ที่ใจกล้ามากๆจึงควรพึงสังวรณ์
 
เรื่องของกรวด

ปิดท้ายด้วยข่าวที่(น่าจะ)ดี ประจำวัน
เมื่อเช้าเจอเจ้ากรวด เลยถามเรื่องที่ซานดิเอโก้ ยู โทรมาสัมภาษณ์เมื่อคืน
ปรากฏว่าเจ้ากรวดน่าจะมีแววติดโผ ซึ่งเดาเอาจากที่คุยๆกันมา
แล้วอาจารย์ท่านนี้เคยมาเที่ยวเชียงใหม่ด้วย
บอกว่าติดใจมาก หลงเสน่ห์ชม. เป็นเมืองที่น่าอยู่
เจ้ากรวดเลยว่า หวังว่าที่ซานดิเอโก้ก็คงน่าอยู่เหมือนกัน
เจ๊เองก็หวังนะ หวังว่าน้องจะได้ไป
งั้นคืนนี้ก่อนนอน จะเอาใจช่วยด้วยการขอพรคุณพระให้นะน้องนะ
 
 

     Image Hosted by ImageShack.us

     ไม่อยากไปเฟ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย

2月25日

อยากวาดรูป (โหมดโวยวาย)

 
อยากวาดรูป (โหมดโวยวาย)
 
ตายแล้วๆๆๆ
ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้ หลังจากที่ห่างหายจากวงการวาดรูปไปนาน
ก็อยากจะกลับมาจับดินสออีกครั้ง
อยากวาดการ์ตูน อยากวาดโนดาเมะ อยากวาดเซมไป
แต่ปรากฏว่า....
มือแข็งมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ว่าแล้วๆ
พอไม่ได้จับนานๆ มือแข็งจริงๆด้วย

จำได้ว่าตอนลงคอร์ส clothing design ใหม่ๆ
คุณครูให้นั่งลากเส้นม้วน เส้นตรง เส้นขวาง ต่อๆกันเต็มหน้า A4
โดยที่ไม่ยกมือขึ้นเลย เพื่อที่จะฝึกการลากเส้น และน้ำหนักมือ
แล้วก็ให้เอามาส่ง
ตอนนั้นหมด A4 ไปเป็นปึ้งเลยง่ะ กว่าจะลากเส้นได้ตรงๆ โดยไม่ยกมือ
ครูอธิบายว่า ถ้า designer มืออาชีพ เค้าจะต้องพร้อมที่จะสเก็ตรูป
ให้ลูกค้าดูเดี๋ยวนั้นเลย การฝึกมือให้ลากดินสอ ตวัดเส้นได้ฉับไว
จึงควรฝึกไว้

สงสัยเค้าคงจะต้องกลับไปฝึกแบบนั้นใหม่อีกครั้งแล้วล่ะ
รอก่อนนะเซมไป
เค้าอยากวาดรูปเซมไปเต็มแก่แล้ว
  

        Image Hosted by ImageShack.us

        ฮึ๋ยยยยยย อยากวาดๆๆๆๆๆๆ ทนไม่ไหวแย้ว.......

2月21日

NTPase assay

 
NTPase assay
 
มี assay อยู่ 3 อัน ที่เราต้อง set เพื่อทำ Thesis

- Protease assay
- NTPase assay
- Helicase assay
 
อันแรกไม่น่ายากเท่าไร เพราะที่ Lab มีพี่ๆเขาทำไว้อยู่แล้ว
แต่ 2 อันหลังนี่ดิ.....
เจ๊ต้องมา establish ใหม่เองหมด
เพราะยังไม่มีใครทำใน Lab มาก่อน
เคยถามน้องต้อม ที่ทำ Advance project กับอาจารย์ มาก่อนว่าทำไม
ไม่อยู่ทำ Thesis กับอาจารย์ต่อ?
น้องต้อมบอกว่า
"ก็อาจารย์จะให้ทำ Helicase นี่แหล่ะ เลยไม่ทำ ขี้เกียจ develop test เองใหม่"
ฮ่วย.....
ความซวยเลยตกมาอยู่ที่ตู
 
แต่ความจริง ที่เราเลือก project นี้เราก็มีเหตุผลเหมือนกัน
เนื่องจากอยากจะได้เทคนิคที่หลากหลายติดตัวไว้ (ทำไมไม่รู้?)
เพราะว่าจะได้ทำตั้งแต่

- Cloning
- Protein expression and Purification
- Enzyme assay

แต่ละอันก็จะมีพวกเทคนิคปลีกย่อยไปอีก อย่างตอน Cloning แค่สกัด plasmid
ก็มีเรื่องยิบๆ ย่อยๆ ต้องคิดแล้ว เพราะว่า Lab เราไม่ใช้ Kit
เหตุผลก็คือ ไม่คุ้มที่จะซื้อ ที่มีอยู่ก็เจ๊งบ๊ง ใช้ไม่ได้
แล้วทำไงล่ะ ทีนี้?
Sambrook ช่วยคุณได้ค่ะงานนี้
เล่นวิถีชาวบ้านแบบ Alkaline lysis ธรรมดา กับ CTAB ก็น่าจะอยู่แล้ว
สำหรับ Lab ที่นานๆทีจะสกัด plasmid อย่างเรา
แต่ก็ต้องเอาล่อเอาเถิดปรับ protocal เองเล็กน้อย เพื่อความสะดวก
เลยกลายเป็น Alkaline lysis แบบดั้งเดิม + protocal ของ Qiagen
adapt เอาเองซะงั้นแหล่ะ (ใครจะทำไมฟร่ะ?)

หลังจากไปติดอยู่ที่ cloning ตั้งนาน
เราก็ได้ clone มาจนตอนนี้ก็เริ่ม set assay แล้ว
2-3 วันมานี้ปวดกะโหลกกับ NTPase assay มากกกกกกกกก
เริ่มตั้งกะน้ำยาเลยอ่ะ
ในนั้นมันบอกว่า หลังจาก mix malachite green กับ molypdate แล้ว
ให้เติม sterox ลงไปด้วย
เราก็งง หาตั้งนาน หลายเดือนตั้งกะได้ paper มาแล้ว
อะไรวะ ไอ้ sterox เนี่ย?

ถามชาวบ้านแถวนี้ ชาวบ้านก็งง
พอไปถามอาจารย์ อาจารย์เองก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเหมือนกันว่ามันคืออะไร
มานั่ง search google นี่ยิ่งงไปใหญ่
ไอ้บริษัทที่มันอ้างเนี่ย
มันมีฝ่าย Chemical เหมือนกันนะ แต่งานหลักๆมันไม่ใช่ขายพวกเคมี
แต่เป็นเกี่ยวกับสารพิษ สิ่งแวดล้อม ด๋อยอะไรก็ไม่รู้
จะ search หา paper อื่น ที่ใช้คำนี้มันก็มีแต่ paper รุ่นเดอะทั้งนั้นเลย
อะไรฟะ?
คิดไป คิดมา เอาวะ ถ้าของมันมี available จริง
keyword ที่เราควรใส่ไปด้วยคือ คำว่า catalog No.
เลยจัดการเพิ่มเข้าไป
ปรากฎว่า.......

NP-40
Catalog No........
Synnonym........บลาๆๆๆๆๆๆๆๆ Sterox........

ฮ่วย......
แล้วก็ไม่บอก......
NP-40  แค่เนี๊ยะ T_T
ปล่อยให้ตูหาตั้งนาน
เพราะอี paper บ้านี่มันรุ่นเก่า แล้วอีสารตัวนี้ก็ Synnonym เป็นแสน
อยากจะกรี๊ดให้ลั่น wing

แต่เอาเถอะไหนๆก็เจอแล้ว อีกด่านหนึ่งคือ ไอ้ตัวเนี๊ยะ Lab เราไม่มี
จะรอสั่ง อีก 3 ปีต่อมา(ตอนที่ลูกเรากับท่านจิ๊วิ่งได้แล้ว อิๆ)
คงค่อยได้กลับมา set assay ใหม่
เลยต้องไสหัวไปขอคนอื่นมาใช้ก่อน
พอเอามาลอง set ดู ก็ใส่ตามที่ paper มันว่า

ไอ้หย๋า....
เขียวอื่ออย่างกะสาหร่ายอีบ๊อท (project อีบ๊อทมันเลี้ยงสาหร่าย)
Blank กับ Std ที่เข้มสูงสุด OD แทบไม่ต่างกันเลย
แล้วตูจะวัด activity ยังงายยยยยยย T_T
(อยากจะกรี๊ดรอบที่ 2)
นั่งปวดกะโหลกไปอีกพัก

ไปคุ้ย paper ที่ดองๆไว้มานั่งเพ่งอีกรอบ (ชีวิตตูช่างมีอุปสรรค)
มีอยู่อันหนึ่ง (อันนี้อ่านผ่านๆนานแล้ว และลืมไปแล้ว)
เออ...มันก็ set assay แบบเดียวกะตูนี่หว่า
แต่ไม่เห็นมี sterox บ้าบอคอแตกอะไร
ใส่เหมือน original paper สำหรับ assay ตัวนี้ที่ได้มาทุกอย่าง
ยกเว้นว่าเขาใช้ Tween-20 แทน
เออ...
สรุปว่า ขอแค่เป็น non-ionic detergent เท่านั้นก็พอใช่มั้ย!
(โฮๆๆๆๆๆๆ แค่รู้ว่าเป็น Tween-20 แต่แรกก็จบเรื่องแล้ว
ตูจะบ้าไปกับไอ้ sterox นี่เพื่ออะไรเนี่ย? T_T)
 
อ่ะ...เอาวะลองตาม HCV paper นี่ดูอีกสักตั้ง
และแล้ว.....
กรี๊ดดด ค่ะ กรี๊ดดดดด มาก
Blank งี้เหลืองใส ส่วน Std เขียวปี๋
มันต้องอย่างงี้สิเฟ้ย......assay ตู
 
เฮลั่นไปอีกช็อต แล้วถึงคราวมานั่งทำ Std curve มั่ง
รอบแรก.....กราฟสวยงาม OD จากมากไปน้อย เรียงกันดี
รอบสอง.....ป่วงไป 1 ค่า
รอบสาม....ป่วงไปอีก 2 ค่า
รอบสี่.....ล่อไป 4 ค่าเลย
แง๊........
หนูทำไรผิดง่า
ไม OD มันออกมาขึ้นๆลงๆงี้
เค้าทำไรผิ้ดดดดดดดดดด
 
จิตตกไปอีกหนึ่งวูบ จนน้องที่ Lab ต้องลากออกไปกินข้าวกลางวัน
ช่วงบ่าย เรียกกำลังใจกลับมา (โดยการดูหน้าท่านจิ๊ สุดที่เลิฟ) >_<
ลองเซ็ตใหม่ ผล....ก็เหมือนเดิมอีก
ถึงตอนนี้ไอ่ยะ เริ่มมาด้อมๆมองๆ
รัชนูก็เริ่มวีน (จิตหลุดอีกรอบ) ทำไม OD กับสีของสารมันไม่ไปด้วยกัน
เขียวต่างจาก blank ขนาดนี้ อ่านมาได้ยังไง้.....ว่าค่าฉันติดลบ
เจ้ายะเลยถามว่า "นี่มัน Endpoint แน่นะ ทำไม OD ไม่นิ่งเลย"
เออ.....จริงของมัน (ตกลงเอ็งผ่านเคมีคลินิกมาได้ไงเนี่ย?)
ยะเลยบอกให้ทำเป็น Kinetic ดู เพื่อจะดูว่า OD มันนิ่งที่ไหน
เพราะหลักการของ Endpoint มันควรจะวัดตรงช่วงที่สี stable ที่สุด
 
กลับมานั่งดู paper อีกรอบ ก็พบว่า.....
โดยหลักการแล้ว assay นี้ วัดค่าได้ทันที แต่.....
ตัวเขา (ไอ้คนเขียน paper) ก็รู้สึกว่าสัก 30 นาทีน่าจะเป็นช่วง
เวลาที่เกิด full color development มากที่สุด
ง่ะ.....รู้สึกเรอะ งั้นฉันก็คงต้องลองดูเองบ้าง
 
ตกลงว่า Kinetic นี่แหล่ะน่าจะเป็นทางออกในการดู pattern
ที่ดีที่สุด เลยไปลากไอ่ยะมาช่วย set kinetic
ผลก็ปรากฎว่า
กราฟขึ้น OD หลั่นกันอย่างที่ควรเป็น
และเมื่อเวลาผ่านไป สัก 15 นาที ค่า OD แต่ละจุดก็เริ่ม stable

รอบแรกค่าหลุดไปหนึ่งจุด แต่ pattern OK
รอบสองค่าหลุดไปอีกหนึ่งจุดแต่ pattern ก็ยัง OK อยู่
รอบสาม......
ค่าสวยมากค่า.......
เรียงกันจากมากไปน้อย ตามความเข้มข้นเด๊ะๆ
โล่งอก...
แต่ก็ยังอดงงไม่ได้ง่ะ
ว่าตอน set อ่าน OD ธรรมดา
ทำไมเค้าอ่านค่าไม่ได้วะ มันต่างกันกับ Kinetic ตรงไหน
แค่อ่าน OD ธรรมดาแค่เนี๊ยะ......
เง็ง...
 
สรุป 1 คือ น่าจะรอให้สี stable ก่อนสัก 15  min ค่อยวัด แต่ตอนที่เราทำ Enzyme kinetic นี่สิ
        คงต้องกลับไปนอนคิดซะแล้ว ว่าเค้าจะ set assay ยังไงต่อ ขอลองคิดเองก่อน ก่อนที่จะ
        ไสหัวไปคุยกับอาจารย์

สรุป 2 กลับเกือบ 5 ทุ่มแน่ะเมื่อคืน
 
       Image Hosted by ImageShack.us
 
       รูปไม่เกี่ยวกับข้อความ แต่อยาก post...แปะรูปแฟนตัวเองนี่คงไม่ผิดชิมิเคอะ อิๆ
       (ท่านจิอากิ หล่อ เท่ห์ ที่สุดในโลกล้านปีไม่มีใครเกิน ก่ารี๊ดดดดดดดดดดดด)
2月17日

PV Konna Ni Chikaku de-Nodame Catabile Animation Ending Title

 
PV Konna Ni Chikaku de-Nodame Catabile Animation Ending Title
 

      Image Hosted by ImageShack.us

         เมื่อวานเพิ่งทราบว่า Konna ni chikaku de ที่เป็น Ending title ของ
       Nodame Cantabile ภาค animation เปิดตัว PV (MV น่ะแหล่ะ) ตัวเต็มแล้ว
       อืมม...MV น่ารักดี เจ๊ Crystal kay สวยขึ้นมาก ผิดหูผิดตา หุ่นเพรียว ดูไฮโซขึ้นมั่กๆ
       ชอบตรงเจ๊ทำท่ากรีดกรายคอนดักต์นี่แหล่ะ (จะเป็นท่านจิ๊เหรอจ๊ะ) ส่วนใครที่
       search หา mp3 เพลงนี้อยู่ (2-3 วันมานี้เห็นหลุดเข้ามาที่นี่เยอะมาก) ที่ญี่ปุ่นจะ
       วาง single เพลงนี้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค่ะ อดใจอีกนิด เดี๋ยวคงมีให้โหลดกันแล้ว
       ตอนนี้ดู MV ไปพลางๆกันก่อนนะจ๊ะ [จิ้มได้เลยที่ Youtube ด้านบน]

       ส่วนตัวแล้วชอบเพลงนี้มากๆ เลยนะ ถึงจะผิดคาดที่มันไม่เป็นออเครสตร้าก็เถอะ
       (แต่เป็น R&B+Electronic sound แทน) เนื้อเพลงนี่มัน....แทนใจนางเอกได้ดีคอดๆ
       เพลงสนุก แต่ไหงร้องไปแอบปวดใจอยู่ลึกๆหว่า (ความรักที่ยัยเมะมันมีให้ท่านจิ๊
       นี่มันเกินร้อยจริงๆ) ชอบเสียงไวโอลิน(สังเคราะห์?) ตอนต้นเพลง กับท้ายเพลงน่ะค่ะ
       ทำให้เพลงนุ่มนวลขึ้นเยอะมาก

       แง๊....อยากตัดต่อ MV ตัวนี้กับภาคดราม่าง่ะ ใครก็ได้สอนหนูตัดต่อ MV ที้....

      Hi,

      Everybody who is searching for Konna ni chikaku de-Nodame Cantabile EP theme
      song. The mp3 file is not available now 'coz this single will be released on Feb 28th, 2007.
      However, you can download the full version of PV featuring by Crystal kay from Memento.

      Enjoy it!

2月11日

Far Away

 
"Far Away"
                                             
                                     Artis : Nickelback

This time, This place
Misused, Mistakes
Too long, Too late
Who was I to make you wait
Just one chance
Just one breath
Just in case there's just one left
'Cause you know,
you know, you know
 
[CHORUS]
That I love you
I have loved you all along
And I miss you
Been far away for far too long
I keep dreaming you'll be with me
and you'll never go
Stop breathing if
I don't see you anymore
 
On my knees, I'll ask
Last chance for one last dance
'Cause with you, I'd withstand
All of hell to hold your hand
I'd give it all
I'd give for us
Give anything but I won't give up
'Cause you know,
you know, you know
 
[CHORUS]
So far away
Been far away for far too long
So far away
Been far away for far too long
But you know, you know, you know
I wanted
I wanted you to stay
'Cause I needed
I need to hear you say
That I love you
I have loved you all along
And I forgive you
For being away for far too long
So keep breathing
'Cause I'm not leaving you anymore
Believe it
Hold on to me and, never let me go
Keep breathing
'Cause I'm not leaving you anymore
Believe it
Hold on to me and, never let me go
Keep breathing
Hold on to me and, never let me go
Keep breathing
Hold on to me and, never let me go
 
                                หลังจากที่ได้ดู MV  Nodame fanmade เวอร์ชั่นนี้แล้ว [จิ้มเลยที่ Youtube ด้านบน]
                                ตอนนี้ก็เลยอินกับเพลงนี้มาก Far away เปิดวนมันทั้งวันเลย
                                ดูไปๆ ชักอยากให้ senpai มาง้อเรางี้มั่ง (ฮา) เอ่อ....แต่ในชีวิตจริงแล้ว
                                บางทีอาจไม่มีโอกาสได้เอ่ยคำว่า 'ขอโทษ' หรือ 'เสียใจ' อีกครั้งก็เป็นได้
                                ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดก็คือ พยายามอย่าทำให้มันมีเหตุการณ์ที่จะทำให้คนที่คุณก็รักเขา
                                และเขาก็รักคุณเสียใจกันนะคะ
 
                                วันนี้จบแบบเน่าเลยนะ....หล่อน
 
2月9日

My desktop

 
My desktop
 
กะรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ขอโชว์สักหน่อย แบบว่าคนมันกะลังเห่อ
ทำเองเลยนะอันนี้
 

      Image Hosted by ImageShack.us

เฮ้อ....ช่างเป็น wall ที่ไม่ชวนทำงานเอาซะเรยยยย
อยากเปิดทิ้งไว้ท้างงงงงวัน

ไปสัมมนาละ ลั่นล้าาาาาาา

2月7日

ชีวิตที่เริ่มมีคำถาม

ชีวิตที่เริ่มมีคำถาม
 
เมื่อวาน Advisor เราถามว่า
"You plan จะ apply เข้า PhD. programme บ้างหรือเปล่า"

อะกึ๋ยลลลลลลลลล์
ยัยรัชนู กับ PhD. programme เนี่ยนะ?
ถ้าเป็น Dr. เรามันจะเป็น Dr. แบบไหนกัน?

การเข้าเรียน PhD. เดี๋ยวนี้ไม่ได้ยากเย็นเหมือนสมัยก่อน
คือ หมายความว่าอาจไม่ต้องรอแต่ กพ. แล้วไปนอกอย่างเดียว
เพราะเมืองไทยเดี๋ยวนี้มีหลักสูตร ป.เอก ให้เรียนกันแล้ว
เจ้ายะ (เหลือบประจำ Lab... อยู่ Lab เคียงข้าง แต่ชอบทำตนเป็นประหนึ่ง
member ของ Lab นี้) มันก็เคยตั้งคำถามนี้
เราก็เลยตอบไปว่า
"ไม่ไหวหว่ะ"
" ไม?อ่ะเจ้ ยังไงก็ผ่านอยู่แล้ว ไม่เห็นยาก"
"เปล่า...ชั้นไม่ได้หมายถึงเรื่องที่ committee จะประเมินเรา"
"อ้าว...แล้วเรื่องอะไร(วะ?)"
"หมายถึงเรื่องที่เราประเมินตัวเอง โดยที่ยังไม่ต้องให้คนอื่นมาประเมินน่ะ
 มันไม่ผ่าน(โว้ย)"
 
นั่นก็เพราะเราคิดว่า.....
เข้า PhD. ไม่ยาก แต่มาเรียนยากกว่า และยิ่งเป็น PhD. student ที่ดียิ่งยากที่สุด
เราเคยเห็น PhD.student มาก็มาก แต่ที่เหมาะสมกับที่จะเรียนจริงๆนั้น
มีที่ประทับจิตประทับใจไม่กี่คน นั่นก็เพราะพี่ๆเหล่านั้น
- เป็นผู้ใหญ่ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอายุ แต่หมายถึงเรื่องความรับผิดชอบ
- มีการเตรียมพร้อมเรื่องภาษา
- เข้าใจในเนื้องานวิจัยของตัวเอง แพลน Lab เองได้ แก้ปัญหาเองได้
- เป็นที่ปรึกษาให้กับน้องๆ ใน Lab ได้
- มี critical thinking
- ต่อยอดความคิดจากงานตัวเองได้
และข้อสุดท้าย สำคัญที่สุด
- มีใจรักอยากจะทำงานวิจัยจริงๆ
 
ที่ร่ายๆมาข้างบนนั้น....ยัยรัชนูไม่มีสักกะข้อ แถมยังไม่พร้อมที่จะมีด้วย
ดังนั้น PhD. programme จึงยังไม่ใช่คำตอบในชีวิตตอนนี้
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนก็อาจจะมีคำถาม...
"งั้นแล้วมาเรียนโท ทำไมฟะ?"
นั่นก็เพราะเราคิดว่าชีวิต คือการดิ้นรน ค้นหานี่คะ

เราเป็นคนที่ทำอะไรแล้วเอา(แต่)ใจ(ตัวเอง)นำมาแต่ไหนแต่ไร
ตอนจบตรี ก็ไม่คิดว่าจะเรียนต่อโท เพราะยังไม่เห็น point ว่าจะเอา
ไปทำอะไร จะไปสนองความต้องการของตัวเองในแง่ไหน
ก็เลยไปทำงานก่อน แล้วก็ไม่ทำงานรพ.ด้วย เพราะไม่ชอบระบบงาน
จนได้ทำงานวิจัย
ความกระหายใคร่รู้มันมากขึ้นเรื่อยๆ ทำไมมันเป็นอย่างนี้ ทำไมเขา
ต้องทำแบบนั้น เทคนิคนี้มันคือยังไงนะ รู้สึกว่าความรู้เราที่มีอยู่ตอนจบ
ตรี ไม่อาจสนองความต้องการอยากรู้อยากเห็นได้
ก็เลยมาเรียนต่อโท
 
ตอนนี้เลยได้รู้สมใจ สมกับสาขาที่อยากเรียนมานาน ได้ทำ project ที่อยากทำ
ได้ลองเทคนิคที่อยากลอง ได้อยู่ Lab ที่อยากอยู่
ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ...
 
เพียงแต่ว่าเมื่อจบ project นี้แล้ว ใจเราก็เริ่มมี project อื่นอีก
ซึ่งก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นอะไร....
แต่ที่แน่ๆ PhD. ยังไม่ใช่คำตอบในตอนนี้....
 
              Image Hosted by ImageShack.us
 
              ความจริงแล้วสารภาพบาปก็ได้ค่ะ ว่าหนูติดภารกิจหนีตาม senpai
              ไปฝรั่งเศส.....ต้องไปทำหน้าที่ศรีภรรเมียที่ดีไปด้วย เรียนเปียโนไปด้วย
              เลยไม่มีเวลาทำด๊อก ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะก๊ะ (ความจริงที่ทำให้committee โล่งใจ)
 
2月4日

มาฟังเพลงกันเต๊อะ

 
มาฟังเพลงกันเต๊อะ
 
ช่วงนี้ยัยรัชนูกำลัง(พยายาม)ทำ Lab ให้หนัก เลยอยู่ดึกทุกวันเลย
เวลาอยู่ Lab คนเดียวค่ำๆ ดึกๆ วิธีแก้ง่วงก็คือ เปิดเพลงให้มันดังสนั่น
หวั่นไหว ไปทั้ง wing บางทีเปิดไม่พอ มีแอบแด๊นซ์ด้วยนะ (ดึกๆไง สามารถ
ปล่อยผีได้) มาดูกันดีก่า ว่า tracks โปรดที่เปิดบ่อยที่สุดตอนนี้มีอะไรบ้าง
 
 Rachmaninov - Piano Concerto No.2 in C minor (Orchestra De Nodame Live)
 
 

          Image Hosted by ImageShack.us   OST Nodame Cantabile live action

อาณิสงค์จาก series ญี่ปุ่นอย่าง Nodame Cantabile แท้ๆ ที่ทำให้ชีวิตนี้ที่ไม่เคย
คิดว่าจะหัดฟังดนตรีคลาสสิคได้ ก็มาได้หัดฟังกับเรื่องนี้นี่แหล่ะ และ track สุดโปรด
ที่ทำให้หลงรักแบบหมดใจ หมดชามก็คือ Rachmaninov - Piano Concerto No.2
track นี้นี่เอง ซึ่งได้ฟังเป็นครั้งแรกตอนที่ดู episode 5 เป็นตอนที่พระเอก(ท่านจิอากี๊~
สุดที่เลิฟ) จะต้องออกแสดงเดี่ยวเปียโนคอนแชร์โตร่วมกับปรมาจารย์ conductor อย่าง
stresemann (ตามใบสั่งปรมาจารย์ แต่เฮียแกงงว่าทำไมต้องเพลงนี้ด้วยฟระ? เพราะ
พระเอกเราเป็นพวกเยอรมันจ๋ามาก ไม่น่าจะเหมาะกับสไตล์ยักย้าย โยกย้วยอย่างรัสเซีย)
 ในงานร.ร. และเป็นงานแจ้งเกิดในวงการ classic อย่างเป็นทางการของเฮียแกด้วย
ฉากนี้ขลัง อลังการมั่กๆ แค่เสียงไล่โน๊ตสูง ต่ำ ของเปียโนที่ขึ้นมาตอนแรกก็ทำให้เราต้องหยุด
ตั้งใจ และตื่นเต้นตามแล้ว ว่าเพลงนี้จะเป็นแบบไหนกันนะ และ ทันทีที่กลุ่มของเครื่องสาย
ของ orchestra กระหึ่มขึ้น....บอกได้คำเดียวเลยค่ะว่า...ขนลุกสุดๆ เพลงอะไรจะทั้งร้าวราน
อ่อนหวาน และเย้ายวนได้ปานฉะนี้  (ยิ่งเป็นท่านจิ๊เล่นด้วยนะ ยิ่งกะรี๊ดดดดดดด)

ซึ่งก็ทันทีที่ Ep5 ออกอากาศ ทาง Fuji TV แกก็ปล่อยหมัดเด็ดเป็น OST ประกอบละคร
อย่าง Orchestra Du Nodame Live ชุดนี้ทันทีเลยค่ะ เล่นเอาชาว torrent นั้น bit กัน
ระเบิดกระจาย  และอาณิสงค์จากความใจดีของคุณ P ทำให้เราได้ files mp3 ของอัลบั้มนี้
มาไว้ในครอบครองแล้ว (โฮะๆๆๆๆๆๆ หัวเราะด้วยความชั่วร้าย) โถ....ความจริงเราอยาก
ได้ของจริงนะคะ (orchestra มันต้องแผ่นจริงสิฟระ! ถึงจะได้อารมณ์) แต่มันไม่มีวางในไทย
ถ้าอยากได้ต้องสั่ง แล้วตอนนี้ก็ถังแตกอยู่ด้วยอ่ะ (ฮือๆ) แต่เป็นอัลบั้มที่หมายตา(+ใจ)ไว้
เลยว่า ถ้ามีโอกาสเมื่อไรจะต้องสั่งของจริงมาครอบครองแน่

รุ่นพี่กับ Piano Concerto No.2 เย้ายวนทั้งเพลงทั้งคนเล่น >_<

Image Hosted by ImageShack.usImage Hosted by ImageShack.us      Image Hosted by ImageShack.usImage Hosted by ImageShack.us

    เหมือนในการ์ตูนมะฮริ้ววววววว

สำหรับ track นี้เป็น track ที่เหมือนกับในละครค่ะ แต่จะมาเต็มๆกว่า แต่ก็ไม่เต็มเท่าของจริง
นะคะ คือ เพลงคลาสิคเขาจะแบ่งออกเป็น 3 parts หรือ 3 movements น่ะค่ะ แต่นี่มันเป็น
OST ละครเขาเลยตัดมาแบบรวมๆกัน นับว่า Fuji TV ลงทุนเรื่องเพลงกับละครเรื่องนี้ไปมาก
ที่เดียว เพราะเขา form วงเฉพาะกิจเป็น Nodame Orchestra ขึ้นมาเลย เพื่อที่จะเอาไว้
เล่นในละครเรื่องนี้ (คือ นักดนตรีในวงก็ต้องมาเล่นเป็นนักแสดงในเรื่องด้วยทั้งวง S วง A
หรือ R*S orchestra ของพระเอก) แล้วก็มีการบันทึกเสียงกันใหม่เพื่อที่จะให้เป็นไปตามในการ์ตูน
ค่ะ และสำหรับ track นี้ก็ขอคารวะว่าตีความได้ตาม comic จริงๆค่ะ เพราะพอเล่ม 5 ออก
การเรียบเรียงเพลงนี้ในละคร มันให้อารมณ์ตามที่ อ.นิโน๊ะ แกบรรยายไว้ในการ์ตูนจริงๆ
เกลียวคลื่นของ orchestra งี้..... อาร์เปโจ้ที่คม บาด ลึก งี้....ใช่เลยง่ะ

    Image Hosted by ImageShack.usImage Hosted by ImageShack.us

        แผ่นที่สอยมาได้ตอนนี้ และท่าน Sergey Vassilievich Rachmaninov (1873-1943)

และหลังจากฟังอัลบั้มชุดนี้จบแล้ว ก็ทำให้เราแจ้นไปร้าน CD ทันที เพื่อไปจับๆ ตบๆ ดมๆ
อัลบั้มรวมเพลงของ Rachmaninov มาหัดฟัง และก็สอยมาไว้แล้วในครอบครองตอนนี้
แผ่นนี้เป็นแผ่นของค่าย NAXOS น่ะค่ะ เป็นค่ายเพลงที่ไม่ได้โด่งดังมากนักในยุโรป เพราะ
ว่าเขามักจะหาพวกนักดนตรีโนเนมที่ผีมือดีๆมาบันทึกเสียง ราคาต่อแผ่นเลยถูก แต่คุณภาพ
ถือว่าใช้ได้ ดังนั้นแผ่นของค่ายนี้จึงเป็นราคาที่เหมาะกับนร. นศ. หรือคนหัดฟังใหม่ๆ
ใครสนใจก็หาได้ตามร้าน CD ทั่วไปนะคะ เพราะมี licence ในไทยแล้ว (ตอนนี้กำลังประทับใจ
concerto No.3 ตามมาติดๆกับหมายเลข 2 ค่ะ)

    Rachmaninov - Piano Concerto No.2 in C minor  [อยากฟัง..จิ้มเลย เค้าแจก]

เป็น version ในละครนะ

          Image Hosted by ImageShack.us

          ส่วนแผ่นนี้อยากได้มากกกกก ใครไปญี่ปุ่นฝากซื้อที

 John Legeng - Let's get Lifted

        Image Hosted by ImageShack.us  Get Lifted 2004

track นี้เราไปเจอโดยบังเอิญในค่ำคืนหนึ่งค่ะ พอดีว่าอยากได้เพลงของ Crystal Kay แต่
seach ไป seach มาไหงได้ John Legend ได้ไงก็ไม่รู้ แต่ก็ถือว่าโชคดีแหล่ะ เพราะได้ยินกิตติศัพท์
เพลงเฮีย และได้อ่าน review อัลบั้มของเฮียมาเนิ่นนานแล้ว เคยไปจับๆดมๆ CD เฮียด้วย
แต่ว่าไม่เคยฟังมาก่อน เลยไม่รู้ว่าจะซื้อดีไหม พอดีมาเจอ web นี้เข้า โอ้....แม่เจ้า มันมีทั้งอัลบั้ม
เลยเว้ยยยย....งานนี้เก๊าะต้องโหลดสิเคอะพี่น้อง และก็เป็นจริงสมค่ำร่ำลือ ของเขาแรงดีจริงๆด้วย
ฮ่อแรดดดไม่มีตกทุก tracks เราเริ่มหัดฟังเพลง soul มาตั้งแต่ตอนอยู่ประมาณปี 1 ปี 2 เพราะว่า
อ่านสัมภาษณ์คุณนภ(กิ๊กเก่า...ถึงเฮียจะแต่งไปแล้ว แต่เค้าก็ยังรักอยู่นะ)  แล้วเห็นว่าเขาชอบเพลง
สไตล์นี้ เราเองฟังอัลบั้มคุณบอยด์ ที่มีกลิ่นของความเป็น soul, R&B ก็ชอบมาก เลยอยากรู้ว่า
เพลงพวกนี้มีความเป็นมาอย่างไร แล้วแบบไหนคือ ต้นฉบับ ถึงขนาดว่ารายงานอิสระวิชาห้องสมุด
(กระแดะไปลงเองอีกแล้ว) เราเลือกทำเรื่อง Black music ด้วยความอยากรู้ส่วนตัวล้วนๆ และก็
หลังจากที่ได้ฟังอัลบั้มของ Marvin Gaye ก็ตกหลุมรักเพลงแนวนี้แบบถอนตัวไม่ขึ้นเลย ดนตรีที่มี
ทั้งความ cool นิ่ง เท่ห์ Groovy สนุกสนาน เซ็กซี่ได้ใจ แต่แอบหม่นอยู่ลึกๆ และวิธีการร้องแบบ improvise
ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง เป็นเสน่ห์ของ soul ที่หลายคนติดใจมาแล้ว ช่วง peak ของดนตรีแบบนี้
ก็น่าจะอยู่ในช่วงยุด '60-'70 ที่ศิลปินดังๆ มากมายอย่าง Marvin Gaye, James Brown, Otis redding
(สนใจหาได้ตามร้าน CD ทั่วไป)

ส่วนพ่อ John Legend คนนี้ ถือว่าเป็นศิลปิน neo-soul ยุคใหม่ที่น่าจับตามองที่สุด เพราะเพียงแค่
อัลบั้มแรก คือ Get lifted ออกวางจำหน่าย เฮียแกก็ hot ซะจนกวาดรางวี่รางวัลมาเพียบทั้ง
3 รางวัลแกรมมี่อวอร์ดประจำปี 2006, 3 รางวัล Soul Train Awards 2006 และ อีก 1 รางวัล
BET Awards 2005 หลังจากฟังทั้งอัลบั้มแล้ว เราชอบ track นี้ที่สุดค่ะ Let's get lifted
track โยกๆ เอ๊กซ์ๆ กวนๆ ไพเราะ ติดหู แถมดนตรียังมี detail บรรเจิดมาก ที่ชอบสุดคงเป็นเสียง
เปียโนที่โผล่มาล้อเล่นเป็นครั้งคราว กับเบสมันๆ กวนๆ ดนตรีเลิศสมกับที่เฮียเป็นคนเบื้องหลัง
ให้ศิลปินดังๆ หลายคนมาแล้ว พอมาออกงานตัวเองก็ใส่ซะเต็มที่เลยนะ (เฮียเป็นนักเปียโนค่ะ)
ถ้าจะให้ติคงเป็นเสียงร้องละกระมังคะ ไม่ใช่ไม่ดีนะคะ ก็คุณภาพคับสมกับสไตล์คนดำเขาล่ะ
แต่...แหม....เราชอบแบบนุ่มๆทุ้มๆอย่าง Tunde (นักร้องนำวง Lighthouse family) หรือเอ๊กซ์เซ็ก
ขยี้ฟองเบียร์อย่างป๋า Marvin แกมากกว่า เลยเห็นว่าเสียงเฮียจอห์นแกแหบไปหน่อย แต่รวมๆก็ไม่
เสียอารมณ์แต่ประการใดค่ะ ส่วนถ้าเป็นคนไทย....ลองนึกเล่นๆว่าอยากจะให้ใครมา cover เพลงนี้
ก็น่าจะเป็นคนนี้ละมั้งคะ คุณบุรินทร์ Groove rider (โอ้ววว....แค่นึกก็แจ่มแล้ว) คุณนภคงนุ่มไปหน่อย
เพลงแอบร้าย แอบโยกแบบนี้ต้องเฮียท่านนี้เท่านั้นค่ะ

     Image Hosted by ImageShack.us 

     ถ้าเฮีย cover เพลงนี้ หนูยอมเป็นนางเอก MV ให้เลย (ใครเชิญแก๊!!)

ปล.ฟังเนื้อแล้วอย่าหาว่าหนูลามกนะก๊ะ.....โดย nature แล้ว เพลงสไตล์นี้ก็มักจะเป็นแบบนี้
    ไม่ได้คิดอะไรตามเลยนะจริงๆนะก๊ะ สาบานได้......(ว่าแต่ท่านจิ๊คะ มาฟังด้วยกันไหมคะ หุๆ)

    ถ้าอยากฟัง ก็โหลด Prelude ก่อนนะก๊ะ แล้วก็ตามด้วย Let's get lifted เปิดต่อกัน จะได้ใจมากกกกก

Yuna Ito - Tender is the night

        Image Hosted by ImageShack.us  Heart 2007

รอคอยอัลบั้มเต็มมานานกับสาวสวยเสียงใสคนนี้  หลังจากที่ปล่อย single เด็ดๆดวงๆ โดนใจ
ออกมาหลายต่อหลาย single ทั้ง Endless story,Faith/Pureeyes,Precious,Stuck on you,
Losin' และล่าสุดคือ Truth ว่าแล้วเมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมานี้เองหนู Yuna สุดสวยขวัญใจเจ้
ก็ได้ฤกษ์วางแผงอัลบั้มเต็มเดี่ยวชุดแรกของหนูซักกะที และด้วยความไวปานวอก เจ้ก็สอยมา
ฟังเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งอัลบั้มเช่นกัน (mp3 bitrate 320 kbpsล้วนๆ โฮะๆๆๆๆๆชั่วร้ายเจรงๆ แผลบๆ)


แต่หลังจากฟังไปแล้ว 5-6 รอบก็บอกได้ตรงๆว่าผิดหวังไปพอควร เพราะเพลงใหม่ที่
อยู่ในอัลบั้ม Heart หาเพลงแรงๆโดนๆแบบ single ที่หนูปล่อยออกมาก่อนมานี้แทบไม่มีเลย
สไตล์เพลงก็แนว Pop เป็นหลัก แล้วก็เอาไปนัวเนียกับแด๊นซ์มั่ง แจ๊ซมั่ง (แถมเป็น Pop ให้อารมณ์เก่าๆ
แบบยุค 90 ด้วยนะ) โดยส่วนตัวแล้วเจ้เห็นว่าที่เหมาะกับหนูที่สุดนอกจากป๊อป บัลลาดสไตล์
Diva (แบบที่ทำให้หนูดังระเบิดใน debute single Endless story) แล้ว ก็น่าจะเป็น Pop+Bigband
ย้อนยุค สไตล์ Motown record ที่มี percussion กับเครื่องเป่าแรดแท่ดได้ใจอย่าง Stuck on you
นี่แหล่ะ ที่ใครๆก็จะกินหนูไม่ลง เพราะเสียงหนูมันทั้งหวาน ทั้งใส ทั้งออดอ้อนได้ใจขนาดนี้ ไหนจะเสื้อ
ผ้าหน้าผมใน MV ย้อนยุคสีสุดเจ็บนั่นอีก สวยน่ารัก เข้ากั๊น...เข้ากัน ปานนั้น ไหงไม่ express ออกมา
ในอัลบั้มเต็มนี่หล่ะหนู......เสียดายเจงๆ

   Endless story 2005                        Faith/Pureeyes 2006                     Precious 2006

Image Hosted by ImageShack.us

       Image Hosted by ImageShack.us

Stuck on you 2006                         Losin' 2006                                  Truth 2006

เอาเถอะ...แต่ก็ไหนๆแล้ว ก็ยังอุตส่าห์มี track ใหม่ ออกมาให้เจ้ติดใจอยู่หนึ่ง track
Tender is the night ..... ป๊อปแจ๊ซ แกล้มเสียงแซ็กโซโฟนหวานนุ่ม ละมุนละไม แบบที่
ว่าน่าจะเอาไปเปิดกล่อมให้นอนฝันดียิ่งนัก แถมเนื้อเพลงก็โดนอีกง่ะ

Tender is the night when you're crying
Tender is the night as silky hug
Tsuki no hikari dake wa yasashiku, dream on
We can share the pleasure of living
We can share the loneliness of distance
Yoru wa hito o sukoshi sunao ni suru kara, stay all night

ฟังแล้วน่าเอาไปกอดปลอบใจ แถมกระซิบข้างหูให้ท่านจิอากิฟัง เพราะNodame เล่ม
6 ที่เพิ่งออกใหม่นี่ เห็นมีฉากเซมไปฝันร้ายด้วย (แต่ฟังแล้ว อาจฝันร้ายกว่าเดิม)
เสียง Yuna หวานใสๆนุ่มนวลดี ตอนนี้ดึกๆ เลยเปิดแต่ track นี้บ่อยๆ
ส่วนอีก track นี่แถมให้ pureeyes จากซิงเกิ้ล Faith popใสๆ มีเสียงเครื่องเป่า
น่ารักๆ เนื้อหาอ้อนๆ แบบนี้ เหมาะกับ she แบบสุดๆไปเลยอ่ะ (เห็นแล้วอยากจับ
มา re-arrange ใหม่หมดทั้งอัลบั้ม แล้วให้คุณบอยด์กับสมเกียรติเป็น producer ให้
...2 คนนี้จะเข้าใจ nature เพลงแบบนี้ที่สุด)

  อยากฝันดีจิ้มได้เลย Tender is the night แถมให้ด้วย Pureeyes

 ปล. เพลงนี้เค้าก็ยกให้เซมไปเหมือนกันนะ ก็ลองดูคำแปลจิ
      What you gonna do, touch me baby
      Am I in love, kiss me baby
      I wanna feel you closer to me
      When I start to like someone
      that person is reflected in my Pureyes 
      I want to know for sure baby, cuz I’m
      Falling for you
      อุกรี๊ดดดดดด เขิลลลลลล พูดอารายออกปายยยย.....


1月31日

หมดแรง....

แง๊.......
เหนื่อยอ่ะ......
หิวด้วย.....
อะไรไม่รู้ทั้งวันเลยวันนี้
ลงเชื้อ,เตรียม media,ไปธนาคาร,วัด ConC,run gel
blot,ลงเชื้อ,induce.....กว่าจะเสร็จปาไป 5 ทุ่มอ่ะ
เพิ่งได้กินข้าวเดี๋ยวนี้เอง......
ไม่มีแรงปั่นจักรยานกลับหอแหล่ว.....
 

         Image Hosted by ImageShack.us

         แง๊.....เค้าก็อยากให้ senpai มาป้อนข้าวให้ตอนทำ Lab มั่งอ่ะ

1月28日

Konna ni chikaku de และ A tribute to Nodame and Chiaki-sama

 
Konna ni chikaku de และ A tribute to Nodame and Chiaki-sama
 

           Image Hosted by ImageShack.usImage Hosted by ImageShack.us

                          Konna ni chikaku de - Nodame Cantabile anime EP
                                                                                Artist-Crystal Kay
                                                                Translated lyrics by
Poko-Himawari


                     Koi ga setsunai to sugu soba de kidzuita ano yoru
                              คืนนั้นฉันรู้สึกถึงรักที่เจ็บปวดเมื่อได้อยู่ใกล้
                  Datte hoka no dare yori anata no koto wo shitteru kara
                                    นั่นเพราะฉันรู้จักเธอดีกว่าใครๆ
            Itsumo no sarigenai yasashisa sae kono mune wo shimetsuketeku
                          ความอ่อนโยนของเธอที่ฉันเห็นทุกครั้ง มัดใจฉันไว้
                       Konna ni konna ni chikaku de mitsumetemo
                                    ใกล้แค่นี้ แค่นี้ ที่ฉันได้มองเธอ
                       Doushite doushite naga no tomodachi da  yo?
                             ทำไมนะ ทำไม เธอยังยืนยันว่าเราเป็นแค่เพื่อน?
                  Donna ni donna ni tsuyoku omotteitemo tsutaerarenai
                       แค่ไหนนะ แค่ไหน รักซักเท่าไร ก็ไม่สามารถบอกออกไป
                      You don't understand. I'm so in love with you.
                                  เธอไม่เข้าใจหรอกว่าฉันรักเธอมากมาย
                           Mainichi mainichi mune ga kurushii kara
                                   ทุกวัน ทุกวัน เพราะความเจ็บปวดในใจ
                          Ikutsumo ikutsumo nemurenu yoru wo koe
                          นับไม่ไหวหรอก นับไม่ไหว คืนที่ฉันข่มตาให้หลับไม่ได้
             Hajimete hajimete deatta ano hibi made modoreru no hara ii no ni
                            ครั้งแรก ครั้งแรก วันแรกพบ หากเราได้ย้อนกลับไป
                                      I'm so in love with you
                                          ก็ฉันรักเธอเข้าแล้วไง

              Poko-Himawari ซัง แม่ยกอันดับหนึ่งของท่านจิ๊ ทำ MV Nodame มาให้ดู
              กันเล่นๆ น่ารักดี  [จิ้มได้เลยที่ YouTube ด้านบน] โดยเฉพาะเพลง
              Konna ni chikaku de ที่ใช้ประกอบนั้น เป็น ending title ของ anime
              เรื่องนี้ เห็นว่าเดือนหน้าที่ญี่ปุ่นจะวาง single เพลงนี้ด้วย (เตรียมโหลดกันโลด.....)
              เพลงน่ารัก แทนใจยัยเมะได้ดีแต๊ๆ ตอนนี้ยัยรัชนูเลยอินจัด
              ร้องแต่เพลงนี้ทั้งวัน.......
              เอ้า....
              
Konna ni konna ni chikaku de mitsumetemo
              คอนนา นิ คอนนา นิ ชิคาคุ เดะ มิตซุเมะเตะโม....

            Image Hosted by ImageShack.us